รายงานสินค้าคงเหลือ คืออะไร ? ทำไมธุรกิจที่มีคลังสินค้าถึงต้องทำ มีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง

รายงานสินค้าคงเหลือ คืออะไร

รายงานสินค้าคงเหลือ เป็นสิ่งที่ประกอบการธุรกิจต่างๆ ต้องจัดทำ เพราะมีความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยมีผลต่อภาษีมูลค่าเพิ่มและมีผลต่อการตรวจสอบของสรรพากร ถ้าหากไม่อยากโดนสรรพากรเข้าตรวจสอบ ก็ต้องมีการทำรายงานสินค้าและวัตถุดิบ ทำรายงานสินค้าคงเหลือ เพื่อเก็บบันทึกข้อมูลต่างๆ ที่เป็นจริง โดยอ้างอิงจากการจัดเก็บสต๊อกหรือสินค้าคงคลังของธุรกิจ ตั้งแต่รับสินค้าไปจนถึงจำหน่ายสินค้า เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดหรือเกิดปัญหาการนำส่งข้อมูลที่ผิดพลาด

รายงานสินค้าคงเหลือ คืออะไร ?

รายงานสินค้าคงเหลือ คือ รายงานพื้นฐานของกิจการ ที่บอกถึงสินค้าคงเหลือในกิจการว่ามีอะไร รหัสสินค้าคืออะไร มีจำนวนคงเหลือแค่ไหน มูลค่าของสินค้าคงเหลือคือเท่าไหร่ และยังเป็นหนึ่งในรายงานที่กฎหมายได้กำหนดให้ผู้ประกอบการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่ประกอบการกิจการขายสินค้ามีหน้าที่จัดทำรายงานสินค้าและวัตถุดิบ โดยเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ต้นทุนสินค้าคงคลัง คืออะไร ? แบ่งเป็นกี่ประเภท

ประโยชน์ของการทำรายงานสินค้าคงเหลือและวัตถุดิบ

รายงานสินค้าคงเหลือและวัตถุดิบมีประโยชน์อย่างมากในการประกอบกิจการ เพราะช่วยให้ผู้ประกอบการได้ทราบถึงการหมุนเวียนของสินค้าและวัตถุดิบ ช่วยให้วางแผนกิจการและการสั่งซื้อ ทั้งยังเป็นข้อมูลสำคัญที่จะถูกนำไปใช้ในการคำนวณต้นทุนต่างๆ เช่น ต้นทุนการผลิต ต้นทุนขาย หรือต้นทุนแอบแฝงของธุรกิจ 

และใช้ในการคำนวณกำไรสุทธิของกิจการ การจัดทำงบประมาณ ช่วยในการยื่นแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันปัญหาในตอนที่โดนสรรพากรตรวจสอบ เพราะว่าประกอบการขายสินค้ามีบันทึกรายงานที่ตรงตามความเป็นจริง ไม่มีการนำเข้าข้อมูลที่เป็นเท็จ 

รายงานสต๊อกสินค้าที่ดี ต้องมีลักษณะอย่างไร

รายงานสต๊อกสินค้าที่ดี ต้องมีลักษณะอย่างไร

1.จำนวนสินค้าในรายงาน ตรงกับจำนวนที่นับจริง

รายงานสต๊อกสินค้าที่ดี ทุกอย่างจะต้องตรงกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นวันที่รับ วันที่ส่งสินค้า สินค้าคงเหลือ เพราะรายงานทั้งหมดนี้จะทำให้ผู้ประกอบการรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับสินค้าในกิจการ ว่าสินค้าคงเหลือจริงมีอยู่เท่าไหร่ สินค้าต่อหน่วยและโดยรวมมีมูลค่ามากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ยังทำให้กิจการปลอดภัยต่อการตรวจสอบของสรรพากร ทำให้ไม่โดนสรรพากรตรวจสอบย้อนหลังอีกด้วย 

2.ต้องเป็นรายงานที่อัปเดตล่าสุด

นอกจากรายงานสต๊อกสินค้าจะต้องถูกต้องและตรงกันทุกอย่างแล้ว รายงานจะต้องเป็นรายงานที่มีการอัปเดตล่าสุด เพื่อให้ข้อมูลนั้นตรงตามความจริงในปัจจุบัน ดังนั้นการทำรายงานสต๊อกสินค้าจึงควรอัปเดตอยู่ตลอดเวลา ถ้าเป็นไปได้ก็ควรใช้โปรแกรมบัญชีที่มีการจัดทำระบบสินค้าคงเหลือจะดีที่สุด 

3.สามารถตรวจสอบ และดูข้อมูลย้อนหลังได้

การทำรายงานสต๊อกสินค้าทุกครั้งควรทำอย่างเป็นระบบ มีการเก็บบันทึกข้อมูลรายงานสต๊อกสินค้าที่ทำทั้งหมดเก็บเอาไว้ในระบบคลังสินค้า WMS เพื่อที่จะได้นำมาตรวจสอบ หรือเรียกดูข้อมูลย้อนหลังเพื่อประโยชน์ของกิจการได้ 

การทำรายงานสินค้าคงเหลือและวัตถุดิบ มีขั้นตอนอะไรบ้าง

ขั้นตอนการทำรายงานสินค้าคงเหลือและวัตถุดิบ จะเริ่มจากการแยกชนิดและขนาดของสินค้า จากนั้นให้เริ่มทำตาม 4 ขั้นตอนนี้

1.บันทึกรายงานทันทีที่เกิดรายการ ต้องไม่เกิน 3 วันทำการ นับตั้งแต่วันที่รับมาหรือจ่ายไป 

2.เมื่อได้รับเอกสารที่มาพร้อมกับสินค้า ให้แยกประเภทและบันทึกข้อมูลสินค้าทีละรายการ เริ่มจากบันทึกเลขที่ใบสำคัญ วันเดือนปี ปริมาณรับ ยอดคงเหลือ ให้ครบทุกประเภท ในช่อง รับ 

3.เมื่อจำหน่ายหรือส่งมอบสินค้า ให้บันทึกรายการสินค้านั้นๆ ทีละรายการลงไปในช่องจ่าย โดยบันทึกเลขที่ใบสำคัญ วันเดือนปี ปริมาณสินค้าที่จำหน่าย ให้ครบถ้วน

4.นำยอดคงเหลือล่าสุด หักลบด้วยปริมาณสินค้าที่จำหน่ายออกไป แล้วบันทึกรายการสินค้าทีละรายการจนครบทุกรายการ 

หากรายงานสินค้าคงเหลือไม่ตรง จะส่งผลเสียอย่างไร

หากรายงานสินค้าคงเหลือไม่ตรง จะส่งผลเสียอย่างไร

ถ้าหากรายงานสินค้าคงเหลือไม่ตรงกับรายงานสินค้าและวัตถุดิบ ผู้ประกอบการอาจจะต้องเสียค่าปรับได้ ดังนี้

กรณีสินค้าขาด

ในกรณีที่สินค้าขาด ถือเป็นการขาย ประกอบการต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มคำนวณด้วยราคาตลาด x 7% และจะต้องเสียดอกเบี้ยปรับ 2 เท่าของจำนวนภาษีที่ต้องเสีย ในที่นี้อาจจะมีการปรับลดลงแล้วแต่กรณี 

กรณีสินค้าเกิน

ในกรณีที่สินค้าเกิน ถือว่าจะทำสินค้าคงเหลือไม่ถูกต้อง ประกอบการจะต้องเสียค่าปรับ 2,000 บาท อาจจะปรับจริง 1,000 บาท แต่ไม่มีเบี้ยปรับที่ต้องเสีย

ไม่อยากทำรายงานสต๊อกสินค้าเอง บริการคลังสินค้าออนไลน์ Fulfillment คือคำตอบ !

การทำรายงานสต๊อกสินค้าต้องทำด้วยความละเอียด ข้อมูลจะต้องถูกต้องและเป็นจริงทุกอย่าง ถ้าหากว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง ไม่ตรงกับความเป็นจริง นำส่งข้อมูลผิด สรรพากรก็อาจจะเข้ามาตรวจสอบได้ พร้อมกับดูว่าจัดการภาษีผิดด้วยหรือไม่ ดังนั้นการทำรายงานสต๊อกสินค้าจึงต้องทำขึ้นมาอย่างถูกต้องแม่นยำ 

โดยธุรกิจสามารถเลือกใช้บริการคลังสินค้าออนไลน์ Fulfillment ที่เป็นคลังสินค้ารับฝาก เก็บ แพ็ค ส่งให้ธุรกิจ รวมถึงมีระบบจัดการออเดอร์และคลังสินค้าที่ดี มีการรายงานทุกความเคลื่อนไหวในคลังสินค้าตั้งแต่นำเข้า จัดเก็บ จัดส่ง เช็คสต๊อก วางบิลและจัดทำเอกสารเกี่ยวกับภาษี รวมไปถึงการทำรายงานสต๊อกสินค้า รายงานสินค้าคงเหลือและวัตถุดิบอีกด้วย ทำให้การทำธุรกิจและการคำนวณภาษีง่ายขึ้น โดยธุรกิจไม่ต้องมาเสียเวลาทำรายงานสต๊อกสินค้าเองทั้งหมด

คลิกดูข้อมูลและฟีเจอร์เพิ่มเติม : ระบบจัดการออเดอร์และคลังสินค้าในที่เดียว By Packhai

ราคาค่าบริการ fulfillment

ทดลองใช้บริการ Fulfillment

Fulfillment ตัวช่วยคนขายของออนไลน์ ที่ช่วยลดต้นทุนการขายสินค้า ลดเวลาการทำงาน มีเวลาโฟกัสยอดขายได้มากขึ้น

สมัครใช้บริการ คลิกดูค่าบริการ

เห็นได้ชัดว่า รายงานสินค้าคงเหลือ เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อการทำธุรกิจ เพราะนอกจากจะทำให้รู้ถึงความเคลื่อนไหวในคลังสินค้า ยังทำให้ได้รู้ว่าสินค้าชิ้นไหนคงเหลือเท่าไหร่ มีมูลค่ามากน้อยขนาดไหน พร้อมกันนั้นยังเป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบของสรรพากรอีกด้วย ทำให้ธุรกิจดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น ไม่ติดขัด 

แต่การจะทำรายงานสินค้าคงเหลือก็เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ต้องใช้ความถูกต้องและแม่นยำสูง หากประกอบการไหนไม่มั่นใจที่จะทำด้วยตัวเอง การเลือกใช้บริการคลังสินค้าออนไลน์ Fulfillment ที่มาพร้อมระบบจัดการงานหลังบ้าน และจัดทำรายงายสินค้าคงคลังให้ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

อยากรู้ว่าคลังสินค้าออนไลน์ Fulfillment Packhai ดีกว่าเจ้าอื่นยังไง ? : คลิกที่นี่

Packhai ตอบโจทย์ขายของออนไลน์

ทดลองใช้บริการ Fulfillment

Fulfillment ตัวช่วยคนขายของออนไลน์ ที่ช่วยลดต้นทุนการขายสินค้า ลดเวลาการทำงาน มีเวลาโฟกัสยอดขายได้มากขึ้น

สมัครใช้บริการ คลิกดูค่าบริการ

ติดต่อเรา PACKHAI : Packhai.com/contact

เบอร์โทร : 097-267-9487

เฟสบุ๊ค : Packhaiofficial

อีเมล : cs@packhai.com

ไลน์ : @packhai

ยูทูป : PACKHAI Fulfillment

ติ๊กตอก : @packhai

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *