สรุปข้อมูลฉบับเต็ม! เจาะลึก Thaimart แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยที่กำลังมาแรงแซงโค้ง ชูจุดเด่นเก็บค่าธรรมเนียม GP 0% ในปีแรก เน้นขายของแท้ และเลือกขนส่งได้อิสระ พร้อมระบบหลังบ้านที่จะช่วยให้ร้านค้ากอบโกยยอดขายได้อย่างเต็มที่
Thaimart
ในยุคที่ Shopee เก็บค่าธรรมเนียม และ Lazada เก็บค่าธรรมเนียม มีการปรับโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง ทำให้ ค่าธรรมเนียมการขาย กลายเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ต้องแบกรับ แต่วันนี้มีอีกหนึ่ง แพลตฟอร์มขายของออนไลน์ สัญชาติไทยแท้ที่กำลังสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ นั่นคือ Thaimart ก่อตั้งโดย คุณนอท พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์
ปัจจุบัน Thaimart กลายเป็นแอปพลิเคชันที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดเป็นอันดับ 2 ในไทย (เป็นรองเพียงแอป Strava) เรามาเจาะลึกกันว่าทำไมแพลตฟอร์มนี้ถึงเป็นโอกาสทองที่คุณไม่ควรพลาด
Thaimart คืออะไร
Thaimart คือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (E-commerce) รูปแบบตลาดกลางสำหรับซื้อ-ขายสินค้า คล้ายคลึงกับแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง Shopee และ Lazada แต่มีความโดดเด่นตรงที่เป็นแพลตฟอร์มสัญชาติไทย 100% ซึ่งก่อตั้งและบริหารงานโดย คุณนอท พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์
เป้าหมายสำคัญของแพลตฟอร์มนี้คือการสร้างพื้นที่ทำกินออนไลน์ที่โปร่งใสและช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้าคนไทยเป็นหลัก โดยปัจจุบัน Thaimart ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม จนก้าวขึ้นเป็นแอปพลิเคชันอันดับ 2 ที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดในประเทศไทย (เป็นรองเพียงแอปพลิเคชัน Strava ที่ใช้เก็บสถิติการออกกำลังกายเท่านั้น)

4 ไฮไลต์เด็ด Thaimart ที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ต้องรู้ก่อนเปิดร้าน
1. โครงสร้างค่า GP แบบขั้นบันได (ปีแรก 0%) ช่วยร้านค้าตั้งตัว
จุดแข็งที่สุดที่ดึงดูดผู้ขายคือ นโยบายการเก็บค่าคอมมิชชันหรือค่า GP (Gross Profit) ที่เอื้อให้พ่อค้าแม่ค้าตั้งตัวได้ก่อน โดยแบ่งสัดส่วนแบบขั้นบันได ดังนี้:
- ปีที่ 1: เก็บ GP 0%
- ปีที่ 2: เก็บ GP 5%
- ปีที่ 3: เก็บ GP 8%
- ปีที่ 4: เก็บ GP 10%
คุณนอทมองว่าในระยะยาวแพลตฟอร์มจำเป็นต้องมีกำไร แต่ในช่วงแรกต้องการช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยให้มีพื้นที่ทำกำไรและสร้างธุรกิจให้เติบโตได้ก่อน
2. นโยบายคัดกรอง “ของแท้ 100%” ไม่แข่งสงครามราคา
อินไซต์สำคัญคือ คนไทยพร้อมจ่ายเพื่อซื้อ “สินค้าคุณภาพ” Thaimart จึงวางจุดยืนชัดเจนว่าจะต้องมีแต่ สินค้าของแท้ เท่านั้น แพลตฟอร์มจะไม่ลงไปเล่นในสงครามราคาหรือการสาดโค้ดส่วนลดแบบบ้าคลั่ง แต่จะผลักดันให้ร้านค้าแข่งขันด้วยการ “สร้างแบรนด์” ซึ่งเป็นหนทางที่ยั่งยืนกว่า
3. ระบบขนส่งอิสระ ลูกค้าเลือกเองได้
หมดปัญหาระบบล็อกขนส่งที่ทำให้ลูกค้าและร้านค้าอึดอัด เพราะ Thaimart เปิดโอกาสให้ลูกค้าเป็นคนตัดสินใจเลือกบริษัทขนส่งได้เองจาก 3 ตัวเลือกหลัก ได้แก่:
- Flash Express
- KEX Express
- ไปรษณีย์ไทย
สิ่งนี้จะกระตุ้นให้บริษัทขนส่งต้องแข่งขันกันพัฒนาคุณภาพบริการเพื่อครองใจผู้บริโภคด้วยตัวเอง
4. บริการประทับใจ ติดต่อเจ้าหน้าที่ “คนจริง” ได้ตลอดเวลา
อีกหนึ่งจุดเด่นเรื่องความโปร่งใสคือ แพลตฟอร์มยืนยันว่าเมื่อร้านค้าหรือลูกค้าเกิดปัญหา จะสามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ที่เป็น “คนจริง” ได้ตลอดเวลา ไม่ต้องวนลูปคุยกับ AI หรือแชตบอตให้เสียความรู้สึก
เก็บ-แพ็ค-ส่ง ครบวงจร
หมดปัญหาแพ็คไม่ทัน สต๊อกพัง พื้นที่เต็ม! ให้ Packhai ดูแลร้านค้าหลังบ้านด้วยระบบมืออาชีพ จัดเก็บปลอดภัย แพ็คของแน่นหนา และจัดส่งรวดเร็ว จ่ายตามจริง ไม่มีขั้นต่ำ เพื่อให้คุณมีเวลาโฟกัสยอดขายได้เต็ม 100%
ดูบริการ Fulfillment ทั้งหมด ➔
ด้วยระบบ WMS แม่นยำ
เปลี่ยนการจดมือและ Excel ให้เป็นระบบอัตโนมัติ ให้คุณรู้ความเคลื่อนไหวของสินค้าทุกชิ้นแบบ Real-time ตัดสต๊อกแม่นยำ แจ้งเตือนเมื่อของใกล้หมด จบปัญหาการหาสินค้าไม่เจอ (ลูกค้า Packhai ใช้ฟรี!)
ดูฟีเจอร์ระบบ WMS ทั้งหมด ➔
เชื่อมต่อทุก Marketplace
รวบรวมคำสั่งซื้อจากทุกช่องทาง เชื่อมต่อ API ดึงออเดอร์อัตโนมัติจาก Shopee, Lazada, TikTok และ Social Media จบปัญหานั่งคีย์ข้อมูลซ้ำซ้อน ลดข้อผิดพลาด แอดมินทำงานง่ายขึ้น 100%
ดูฟีเจอร์ระบบ OMS ทั้งหมด ➔
5 ข้อควรเตรียมตัวก่อนเปิดร้านกอบโกยยอดขายบน Thaimart
หากคุณไม่อยากพลาดโอกาสทองในช่วงที่คู่แข่งยังน้อย การเตรียมความพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ คือสิ่งสำคัญ นี่คือเช็กลิสต์ที่คุณต้องเตรียมตัวก่อนเริ่มลงสนามบน Thaimart
- เตรียมหลักฐานรับรองสินค้า: เนื่องจากแพลตฟอร์มเน้นนโยบาย “ของแท้ 100%” ร้านค้าควรเตรียมเอกสาร ตัวแทนจำหน่าย หรือใบรับรองสินค้าให้พร้อม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
- วางแผนการสร้างแบรนด์ (Branding): แพลตฟอร์มนี้ไม่สนับสนุนสงครามราคา คุณจึงต้องเตรียมรูปภาพ คอนเทนต์ และเรื่องราวของแบรนด์ให้โดดเด่นเพื่อดึงดูดลูกค้า
- เตรียมทีมงานดูแลลูกค้า (Customer Service): ระบบเน้นความโปร่งใสและให้ลูกค้าคุยกับ “คนจริง” ร้านค้าจึงควรมีแอดมินคอยตอบคำถามและแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว
- วางแผนสต๊อกให้แม่นยำ: ร้านค้าหน้าใหม่หลายร้านทำยอดขายได้หลักพันชิ้นตั้งแต่วันแรก หากสต๊อกไม่พร้อม อาจทำให้เสียโอกาสและเสียเครดิตร้านได้
- ติดตามอัปเดตระบบใหม่อยู่เสมอ: เตรียมศึกษาแนวทางการใช้ระบบ Affiliate และโซเชียลมีเดีย “พบปะ” ที่แพลตฟอร์มกำลังจะปล่อยออกมา เพื่อดึงทราฟฟิกเข้าร้านก่อนใคร
เริ่มต้นขายของบน Thaimart ตอนนี้ ได้เปรียบกว่าอย่างไร
หากคุณเป็นคนที่ อยากเริ่มขายของออนไลน์ ตอนนี้คือช่วงเวลาที่ได้เปรียบที่สุด เพราะร้านค้าบน Thaimart ล้วนเริ่มต้นจากศูนย์เท่ากันหมด! ไม่มีร้านไหนผูกขาดรีวิว ไม่มีฐานลูกค้าเก่ามาเปรียบเทียบ ใครที่เริ่มก่อนย่อมมีโอกาสกวาดลูกค้าและสะสมยอดขายได้ไวกว่า ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีหลายร้านทำยอดขายทะลุหลักพันชิ้นต่อวันได้แล้ว
นอกจากนี้ ในช่วงเดือนกันยายน ปี 2569 ทางแพลตฟอร์มเตรียมปล่อยทีเด็ดอย่าง ระบบ Affiliate ที่จะดึงดูดนักรีวิวให้มาช่วยปักตะกร้าขายของ รวมถึงการพัฒนาโซเชียลมีเดียสัญชาติไทยตัวใหม่ในชื่อ “พบปะ” (Phobpa) ที่จะมาช่วยเสริมทัพให้ระบบนิเวศของ Thaimart แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
เตรียมระบบหลังบ้านให้พร้อมรับยอดปังบน Thaimart กับ Packhai
เมื่อแพลตฟอร์มพร้อมดัน ยอดขายหลักพันออเดอร์อาจเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน หลายคนอาจจะตั้งคำถามว่าขายของออนไลน์ต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้าง ที่จริงแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ระบบหลังบ้านที่ดี” ครับ
หากคุณไม่อยากพลาดโอกาสทองเพราะปัญหาสต๊อกพังหรือแพ็คของไม่ทัน การเชื่อมต่อ ระบบ WMS และ ระบบ OMS ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้การจัดการออเดอร์ลื่นไหลไร้รอยต่อ และถ้าหากคุณต้องการผู้ช่วยมืออาชีพ Packhai พร้อมให้บริการคลังสินค้าและ Fulfillment ครบวงจร ให้คุณลุยตลาดใหม่บน Thaimart ได้เต็มที่แบบไม่ต้องพะวงหลังครับ!
คำถามที่พบบ่อย Thai Mart (FAQ)
แพลตฟอร์มใช้โครงสร้างแบบขั้นบันได โดยปีแรกจะเก็บค่า GP ที่ 0% เพื่อช่วยให้ร้านค้าตั้งตัวได้ และจะค่อยๆ ปรับขึ้นเป็น 5%, 8% และ 10% ในปีที่ 2, 3 และ 4 ตามลำดับ
ระบบ Affiliate เพื่อให้นักรีวิวหรือครีเอเตอร์นำสินค้าไปช่วยปักตะกร้าขาย มีกำหนดการเปิดตัวในช่วงเดือนกันยายน ปี 2569 นี้ครับ
ไม่อนุญาตครับ นโยบายของ Thaimart ชัดเจนมากว่าจะต้องมีแต่สินค้า “ของแท้” และมีคุณภาพเท่านั้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในระยะยาว
ไม่มีการล็อกขนส่งครับ ระบบจะเปิดให้ลูกค้าผู้สั่งซื้อเป็นคนกดเลือกบริการจัดส่งเอง โดยปัจจุบันมีตัวเลือกคือ Flash Express, KEX Express และ ไปรษณีย์ไทย
แพลตฟอร์ม Thaimart ก่อตั้งและบริหารงานโดย คุณนอท พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ซึ่งมีความตั้งใจที่จะสร้างอีคอมเมิร์ซสายเลือดไทยเพื่อช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ให้มีพื้นที่ทำกำไรได้มากขึ้น
“พบปะ” (Phobpa) เป็นโปรเจกต์โซเชียลมีเดียสัญชาติไทยที่ทางทีมผู้ก่อตั้งกำลังพัฒนาขึ้นมา เพื่อนำมาใช้เชื่อมต่อและสนับสนุนระบบนิเวศ (Ecosystem) การขายของบน Thaimart ให้แข็งแกร่งและครบวงจรมากยิ่งขึ้นในอนาคต
ไม่ยากครับ เพราะการที่แพลตฟอร์มเก็บค่า GP 0% ในปีแรก จะช่วยให้ร้านค้ามีต้นทุนที่ต่ำลงมาก ทำให้สามารถตั้งราคาสินค้าที่สมเหตุสมผลและเป็นมิตรกับผู้ซื้อได้ตั้งแต่แรก โดยไม่ต้องรอพึ่งพาโค้ดส่วนลดจากแพลตฟอร์มเพียงอย่างเดียว
ยอดขายพุ่งแค่ไหนก็ไม่หวั่น จัดการหลังบ้านให้เป๊ะด้วย Packhai
การเริ่มต้นบนแพลตฟอร์มใหม่อย่าง Thaimart ถือเป็นโอกาสที่ยอดขายของคุณอาจเติบโตแบบก้าวกระโดดจนตั้งตัวไม่ทัน แต่ปัญหาคลาสสิกที่ร้านค้ามักเจอเมื่อออเดอร์ทะลักเข้ามาคือ
- การแพ็คของไม่ทัน
- สต๊อกรวน
ซึ่งอาจนำไปสู่การจัดส่งที่ล่าช้าและทำให้เสียคะแนนรีวิวร้านค้าได้
หมดกังวลเรื่องวุ่นวายหลังบ้าน แล้วปล่อยให้ Packhai ดูแลธุรกิจของคุณ เราคือผู้ให้บริการ Fulfillment แบบครบวงจร ที่มีทั้งพื้นที่จัดเก็บสินค้า บริการแพ็คที่ได้มาตรฐาน และระบบบริหารคลังสินค้า (WMS) ที่ช่วยตัดสต๊อกแบบเรียลไทม์
ไม่ว่าออเดอร์จาก Thaimart จะเข้ามาวันละสิบ หรือวันละพันชิ้น ทีมงานมืออาชีพของเราก็พร้อมแพ็คและจัดส่งให้ถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ช่วยให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับการทำคอนเทนต์ สร้างแบรนด์ และโกยยอดขายได้อย่างเต็มที่แบบไม่ต้องพะวงหลัง
ติดต่อเรา PACKHAI : Packhai.com/contact
เบอร์โทร : 097-267-9487
เฟสบุ๊ค : Packhaiofficial
อีเมล : [email protected]
ไลน์ : @packhai
ยูทูป : PACKHAI Fulfillment
ติ๊กตอก : @packhai




