WMS (Warehouse Management System) คือ ระบบจัดการคลังสินค้าที่ช่วยควบคุมการรับสินค้า การจัดเก็บ การตรวจนับสต๊อก การหยิบ แพ็ก และส่งสินค้า โดยเชื่อมข้อมูลแต่ละขั้นตอนเข้าด้วยกัน ทำให้ตรวจสอบสต๊อกและการเคลื่อนไหวของสินค้าได้แม่นยำมากขึ้น
WMS คืออะไร ทำงานอย่างไร
WMS ทำหน้าที่เชื่อมข้อมูลการทำงานภายในคลังให้เป็นระบบเดียว ตั้งแต่สินค้ามาถึงคลัง การระบุตำแหน่งจัดเก็บ การตรวจสอบจำนวนสินค้า ไปจนถึงขั้นตอนหยิบ แพ็ก และส่งออก โดยข้อมูลแต่ละจุดจะถูกอัปเดตตามการทำงานจริง ช่วยให้ทีม Packhai รู้ว่าสินค้าอยู่ที่ไหน เหลือเท่าไร และออเดอร์อยู่ในขั้นตอนไหนได้ง่ายขึ้น
หน้าที่หลักของระบบ WMS มีอะไรบ้าง
ระบบ WMS ช่วยควบคุมการทำงานตั้งแต่สินค้ามาถึงคลัง ไปจนถึงการหยิบ แพ็ก และส่งสินค้าออก โดยเชื่อมข้อมูลของแต่ละขั้นตอนเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถติดตามตำแหน่ง จำนวน และสถานะของสินค้าได้เป็นระบบมากขึ้น
1. ระบบรับสินค้าเข้า (Inbound)
ขั้นตอน Inbound เริ่มตั้งแต่การเตรียมรับสินค้าเข้าคลัง ตรวจสอบรายการสินค้า จำนวน SKU ล็อต หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ก่อนบันทึกสินค้าเข้าสู่ระบบ เพื่อให้คลังทราบว่าสินค้าอะไรเข้ามา จำนวนเท่าไร และควรนำไปจัดเก็บบริเวณใด
การบันทึกข้อมูลตั้งแต่จุดรับเข้าช่วยลดความคลาดเคลื่อนระหว่างสินค้าจริงกับข้อมูลในระบบ และทำให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าสินค้าแต่ละรายการเข้าคลังเมื่อใด
2. การจัดเก็บและควบคุมสต๊อก (Storage & Inventory)
หลังรับสินค้าเข้า ระบบ WMS จะช่วยกำหนดตำแหน่งจัดเก็บให้เป็นระบบ เช่น โซน ชั้นวาง หรือพาเลท ทำให้พนักงานรู้ว่าสินค้าแต่ละ SKU อยู่ตรงไหน และสามารถค้นหาได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินหาสินค้าภายในคลัง
นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมจำนวนคงเหลือ ตรวจนับสต๊อก และจัดการเงื่อนไขการหมุนเวียนสินค้า เช่น FIFO, FEFO หรือ LIFO ตามลักษณะของสินค้าและรูปแบบการดำเนินงานของธุรกิจ
3. การหยิบ แพ็ก และจัดส่งสินค้า (Picking & Shipping)
เมื่อมีออเดอร์เข้ามา WMS จะช่วยระบุตำแหน่งและจำนวนสินค้าที่ต้องหยิบ ทำให้พนักงานสามารถทำงานตามรายการได้ชัดเจนขึ้น พร้อมใช้ Barcode Scanner ยืนยันสินค้าในแต่ละขั้นตอนเพื่อลดการหยิบผิด SKU หรือผิดจำนวน
ระบบยังสามารถรองรับรูปแบบการหยิบหลายประเภท เช่น Single Picking, Batch Picking, Wave Picking หรือ Zone Picking ก่อนส่งต่อไปยังขั้นตอนแพ็ก ตรวจสอบ และเตรียมสินค้าออกจากคลัง
4. การเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูล (API Integration)
WMS ไม่ได้ทำงานแยกจากระบบอื่น แต่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลกับ OMS, ERP, Marketplace หรือระบบที่ธุรกิจใช้งานอยู่ เพื่อให้ข้อมูลออเดอร์และสต๊อก ถูกส่งต่อระหว่างแต่ละระบบได้อย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างเช่น เมื่อมีคำสั่งซื้อเข้ามาจากช่องทางขาย ระบบสามารถส่งข้อมูลออเดอร์เข้าสู่คลัง เพื่อนำไปหยิบและแพ็กสินค้า ขณะเดียวกันจำนวนสต๊อกก็สามารถอัปเดตกลับไปยังระบบที่เกี่ยวข้อง ช่วยลดการคีย์ข้อมูลซ้ำและลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูล
ประโยชน์ของการใช้ระบบจัดการคลังสินค้า (WMS)
เมื่อการรับสินค้า จัดเก็บ หยิบ แพ็ก และจัดส่งถูกควบคุมผ่านระบบเดียวกัน ธุรกิจจะลดงานซ้ำซ้อนและเห็นข้อมูลคลังได้ชัดขึ้น ซึ่งช่วยทั้งด้านความแม่นยำและ การจัดการสต๊อกสินค้า ความเร็วในการทำงาน และการรองรับออเดอร์ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
1. ลดความผิดพลาดของสต๊อก
การสแกนและบันทึกข้อมูลในแต่ละขั้นตอนช่วยลด Human Error ทำให้จำนวนสินค้าและตำแหน่งจัดเก็บตรวจสอบได้ง่ายขึ้น
2. ทำงานในคลังได้รวดเร็วขึ้น
เมื่อรู้ตำแหน่งสินค้าและลำดับงานชัดเจน พนักงานใช้เวลาค้นหา หยิบ และแพ็กสินค้าน้อยลง ช่วยลด Lead Time ของออเดอร์
3. ลดต้นทุนและงานซ้ำซ้อน
ช่วยลดการคีย์ข้อมูลซ้ำ การเดินหาสินค้า และขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ทำให้ใช้ทีมงานและพื้นที่คลังได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
4. เห็นข้อมูลคลังแบบ Real-time
ตรวจสอบสต๊อก งานรับเข้า งานหยิบ และสถานะการทำงานจากข้อมูลในระบบ ช่วยให้ผู้ดูแลตัดสินใจจากข้อมูลจริงได้ง่ายขึ้น
5. ใช้พื้นที่คลังได้คุ้มค่าขึ้น
การกำหนด Location และโซนจัดเก็บอย่างเป็นระบบ ช่วยลดการวางสินค้ากระจัดกระจายและบริหารพื้นที่ที่มีอยู่ได้ดีขึ้น
6. รองรับการขยายธุรกิจ
เมื่อกระบวนการคลังมีมาตรฐาน ธุรกิจสามารถรองรับ SKU ออเดอร์ ผู้ใช้งาน หรือจำนวนคลังที่เพิ่มขึ้นได้ง่ายกว่าการจัดการแบบ Manual

WMS ทำงานร่วมกับ Fulfillment อย่างไร
สำหรับร้านค้าที่มีออเดอร์เพิ่มขึ้นจนพื้นที่บ้านไม่พอเก็บสินค้า หรือไม่อยากลงทุนเช่าโกดังและจ้างทีมแพ็คของเอง การใช้บริการ Fulfillment เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดภาระงานหลังบ้าน โดยการเลือก บริษัท WMS ที่สามารถเชื่อมระบบจัดการคลังเข้ากับบริการแพ็คและจัดส่ง จะช่วยให้ข้อมูลสต๊อกและออเดอร์ทำงานต่อเนื่องกันมากขึ้น
เมื่อส่งสินค้าเข้า Fulfillment Centers สินค้าจะถูกตรวจรับ จัดเก็บตามตำแหน่ง และบันทึกเข้าสู่ระบบ WMS เมื่อมีคำสั่งซื้อเข้ามา ระบบจะส่งข้อมูลต่อไปยังขั้นตอนหยิบ แพ็ค และจัดส่ง ซึ่งทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของ Order Fulfillment ช่วยให้เจ้าของร้านไม่ต้องจัดการทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง และสามารถติดตามสต๊อกกับสถานะออเดอร์ผ่านระบบได้สะดวกขึ้น
ระบบ WMS มีแบบไหน เลือกยังไงให้เหมาะกับร้าน
WMS ไม่ได้มีแค่แบบเดียว ร้านเล็ก ร้านออนไลน์ ไปจนถึงธุรกิจที่มีหลายคลัง สามารถเลือกระบบให้เหมาะกับจำนวนสินค้า ออเดอร์ และวิธีทำงานของตัวเองได้
1. WMS แบบออนไลน์
Cloud-based WMSเปิดผ่านอินเทอร์เน็ตได้ ไม่ต้องตั้ง Server เอง เจ้าของร้านสามารถเช็กสต๊อก และดูงานในคลังจากที่ไหนก็ได้
2. WMS ติดตั้งในบริษัท
On-Premise WMSระบบและข้อมูลอยู่บน Server ของบริษัทเอง ควบคุมการตั้งค่าและข้อมูลได้มากกว่า แต่ต้องมีทีมดูแลระบบภายใน
3. WMS สำหรับจัดการคลังโดยตรง
Standalone WMSเน้นจัดการเรื่องในคลังโดยเฉพาะ เช่น รับของเข้า จัดเก็บ เช็กสต๊อก หยิบสินค้า และเตรียมของออกจากคลัง
4. WMS ที่เชื่อมกับช่องทางขาย
Integrated WMSเชื่อมออเดอร์และสต๊อกจากระบบอื่นเข้ากับคลัง เช่น OMS, ERP หรือ Marketplace ช่วยลดการคีย์ข้อมูลหลายรอบ
โปรแกรมคลังสินค้า WMS ที่แม่ค้าออนไลน์ควรดูอะไรบ้าง
โปรแกรมแต่ละเจ้ามีฟีเจอร์ไม่เหมือนกัน ร้านออนไลน์ไม่จำเป็นต้องเลือกตัวที่ใหญ่หรือซับซ้อนที่สุด แต่ควรเลือกจากปัญหาที่เจอจริง เช่น สต๊อกไม่ตรง สินค้าเยอะขึ้น หรือออเดอร์เข้าหลายช่องทาง
1. เช็กสต๊อกได้ง่าย
ดูของเข้า ของออก และจำนวนคงเหลือได้ชัด ไม่ต้องคอยเปิดหลายไฟล์หรือไล่นับเอง
2. รองรับสินค้าหลาย SKU
ร้านที่มีหลายสี หลายไซส์ หรือหลายรุ่น ควรแยกสินค้าและตำแหน่งจัดเก็บได้ชัดเจน
3. เชื่อมช่องทางขายได้
ถ้าขายหลาย Marketplace ควรเช็กว่าระบบเชื่อมออเดอร์และสต๊อกได้หรือไม่ เพื่อลดงานคีย์ซ้ำ
4. ช่วยหยิบและแพ็กไม่ให้ผิด
ระบบที่มีขั้นตอนตรวจสอบสินค้าและ Barcode จะช่วยลดโอกาสหยิบผิดรุ่นหรือส่งผิดออเดอร์
ถ้าร้านยังไม่ได้ต้องการระบบคลังเต็มรูปแบบ แต่อยากเริ่มจากการคุมของเข้า-ออกและยอดคงเหลือ สามารถดูว่า โปรแกรมสต๊อกสินค้า อันไหนดี เพื่อเปรียบเทียบตัวเลือกที่เหมาะกับร้านก่อน
แต่ถ้าต้องการระบบสำหรับงานคลังโดยตรง สามารถ ดูเปรียบเทียบ 10 โปรแกรม WMS ที่นิยมในไทย เพื่อดูจุดเด่นและรูปแบบการใช้งานของแต่ละระบบก่อนตัดสินใจ
ดูตัวอย่างการใช้งานระบบคลังสินค้า Packhai ตั้งแต่การเพิ่มสินค้าและนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ เพื่อให้เห็นภาพการจัดการสต๊อกจริงได้ง่ายขึ้น
ธุรกิจแบบไหนควรเริ่มใช้ WMS
ไม่จำเป็นต้องรอให้มีโกดังใหญ่ถึงจะเริ่มใช้ WMS หากร้านเริ่มมีสินค้าเยอะขึ้น ออเดอร์เข้าหลายทาง หรือทีมหลังบ้านเริ่มจัดการไม่ทัน ระบบ WMS ก็สามารถเข้ามาช่วยจัดระเบียบงานคลังได้ตั้งแต่ตอนนี้
1. สต๊อกในระบบกับของจริงเริ่มไม่ตรง
ขายไปแล้วลืมตัดสต๊อก ของหมดแต่ระบบยังขึ้นว่ามี หรือทีมต้องเสียเวลานับสินค้าใหม่บ่อย ๆ
2. มีสินค้าเยอะ หลายสี หลายไซส์
SKU เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มจำไม่ได้ว่าของอยู่ตรงไหน หรือมีปัญหาหยิบผิดรุ่นและผิดจำนวน
3. ขายหลายช่องทาง ออเดอร์เริ่มเยอะ
มีออเดอร์จาก Shopee, Lazada, TikTok หรือช่องทางอื่นพร้อมกัน จนการเช็กและอัปเดตสต๊อกด้วยมือเริ่มไม่ทัน
4. มีคลังและทีมงานมากขึ้น
เมื่อของเยอะ คนทำงานหลายคน หรือเริ่มมีหลายพื้นที่จัดเก็บ การจดมือหรือใช้ Excel อย่างเดียวอาจควบคุมงานได้ยากขึ้น
บริการ WMS ราคาเท่าไหร่
ราคาของระบบ WMS ไม่มีเรตเดียวตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับจำนวนสินค้า ออเดอร์ จำนวนคลัง ผู้ใช้งาน และฟังก์ชันที่ต้องการ ร้านออนไลน์ขนาดเล็กจึงอาจใช้ระบบคนละระดับ กับธุรกิจที่มีหลายคลังหรือมีการเชื่อมต่อ ERP และ API
ตัวอย่างระบบหลังบ้านของ Packhai ใช้งานอะไรได้บ้าง
ระบบหลังบ้านของ Packhai ช่วยเชื่อมงานตั้งแต่รับสินค้า จัดเก็บ เช็กสต๊อก ไปจนถึงจัดการออเดอร์และเตรียมส่งสินค้า ทำให้เจ้าของร้านและทีมคลังดูข้อมูลและติดตามงานจากระบบได้ง่ายขึ้น
ดูสต๊อกและตำแหน่งสินค้า
เช็กได้ว่าสินค้าอยู่ตรงไหน เหลือจำนวนเท่าไร และช่วยให้ทีมค้นหาสินค้าในคลังได้ง่ายขึ้น
ติดตามงานรับเข้า–หยิบ–แพ็ก
ช่วยให้ทีมทำงานตามขั้นตอนได้ชัดขึ้น ตั้งแต่รับสินค้าเข้าคลังไปจนถึงเตรียมของส่งออก
เชื่อมออเดอร์กับงานคลัง
ลดการคีย์ข้อมูลซ้ำ และช่วยให้การจัดการออเดอร์ สต๊อก และงานในคลังทำงานต่อเนื่องกันมากขึ้น
คลังสินค้าออนไลน์ เก็บ–แพ็ก–ส่ง ครบวงจร
ฝากสินค้าไว้กับ Packhai แล้วให้ทีมคลังช่วยดูแลตั้งแต่รับสินค้า จัดเก็บ หยิบ แพ็ก ไปจนถึงจัดส่งออเดอร์ เหมาะกับร้านออนไลน์ที่ต้องการลดภาระงานหลังบ้านโดยไม่ต้องลงทุนทำคลังเอง
จัดการสต๊อกและงานคลังผ่านระบบ WMS
ช่วยให้รู้ว่าสินค้าอยู่ตรงไหน เหลือเท่าไร และแต่ละออเดอร์อยู่ในขั้นตอนไหน ตั้งแต่รับสินค้าเข้า จัดเก็บ ตรวจสต๊อก หยิบ ไปจนถึงเตรียมสินค้าออกจากคลัง
รวมออเดอร์หลายช่องทาง จัดการง่ายในที่เดียว
OMS ช่วยรวมออเดอร์จากช่องทางขายต่าง ๆ เข้ามาไว้ในระบบเดียว ลดการเปิดหลายหน้าจอ ลดงานคีย์ข้อมูลซ้ำ และช่วยให้ทีมติดตามสถานะออเดอร์ได้สะดวกขึ้น
รีวิวผู้ที่ใช้บริการ WMS จาก Packhai ดีขึ้นอย่างไร
ดูผลลัพธ์จริงจากลูกค้าที่ไว้วางใจใช้บริการ ระบบจัดการคลังสินค้า WMS ของ Packhai ว่าช่วยให้ธุรกิจจัดการออเดอร์ สต๊อกสินค้า และการจัดส่งได้ดีขึ้นแค่ไหน
1. Law Note ธุรกิจร้านหนังสือและสรุปย่อกฎหมาย
คุณพิมพ์ เจ้าของร้านหนังสือ Law Note เปลี่ยนจากการแพ็คของเองจนเสียเวลาและปวดหลัง มาใช้บริการคลังสินค้าออนไลน์ ทำให้ธุรกิจจัดการออเดอร์ได้เป็นระบบและขยายสินค้าได้มากขึ้น
- ขยาย SKU จากประมาณ 20 เล่ม เป็นเกือบ 500 เล่ม
- ธุรกิจเติบโตขึ้นประมาณ 10 เท่า
- มีเวลาพัฒนาสินค้าใหม่และโฟกัสยอดขายมากขึ้น
- ลดปัญหาส่งผิดและสต๊อกสินค้าไม่ตรง
2. Makro PRO ยกระดับธุรกิจ B2B ค้าส่งขนาดใหญ่
ความร่วมมือระหว่างระบบ WMS ของ Packhai และ Makro PRO ช่วยให้การจัดการคำสั่งซื้อ สต๊อกสินค้า และงานคลังสำหรับธุรกิจ B2B ทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น
- เชื่อมต่อระบบ WMS กับแพลตฟอร์ม Makro PRO ผ่าน API
- รองรับออเดอร์จำนวนมาก ลดโอกาสคำสั่งซื้อตกหล่น
- ตัดสต๊อกแบบ Real-Time ลดปัญหาของหมดหรือสต๊อกคลาดเคลื่อน
3. ดิว ธีรภัทร พ่อค้าออนไลน์สายลุย ออเดอร์ทะลัก
เมื่อยอดขายโตเร็ว การใช้ระบบจัดการคลังและแพ็คของช่วยให้คุณดิวจัดการหลังบ้านได้เป็นระบบ แพ็คของทันขึ้น และลดความผิดพลาดเมื่อต้องรับมือกับออเดอร์จำนวนมาก
- วางระบบรับสินค้า จัดเก็บ และแพ็คสินค้าได้ชัดเจนขึ้น
- ลดโอกาสแพ็คของผิด และช่วยให้ตรวจสอบงานได้ง่ายกว่าเดิม
- เพิ่มความน่าเชื่อถือ เพราะส่งสินค้าได้ถูกต้องและมีหลักฐานในระบบ
- รองรับยอดขายที่เติบโตขึ้น โดยไม่ต้องปวดหัวกับหลังบ้านเองทั้งหมด
4. TEA Corporation ธุรกิจชาและแฟรนไชส์เครื่องดื่ม
เมื่อธุรกิจแฟรนไชส์เครื่องดื่มเติบโตทั้งออนไลน์และ E-Commerce การใช้ระบบ WMS ของ Packhai ช่วยให้หลังบ้านนิ่งขึ้น จัดการออเดอร์ได้ต่อเนื่อง และลดปัญหาที่เคยเจอจากระบบเดิม
- ระบบอัปเดตต่อเนื่อง ลดปัญหาระบบล่มหรือหลังบ้านไม่ซิงก์ตามแพลตฟอร์มขายของ
- ทีม Support ติดตามและแก้ปัญหาไว ทำให้การทำงานหลังบ้านราบรื่นขึ้น
- รองรับออเดอร์ E-Commerce ที่เติบโต ช่วยให้โฟกัสการขายได้เต็มที่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบ WMS (FAQ)
ได้ หากระบบ WMS รองรับการเชื่อมต่อผ่าน API หรือทำงานร่วมกับ OMS ข้อมูลออเดอร์จากช่องทางขายสามารถส่งเข้ามายังคลังเพื่อหยิบ แพ็ก และตัดสต๊อกได้โดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลใหม่ทุกครั้ง
ERP (Enterprise Resource Planning)
เป็นระบบที่ใช้ดูและจัดการภาพรวมของธุรกิจ เช่น การเงิน บัญชี จัดซื้อ สินค้า และข้อมูลของแต่ละฝ่าย ส่วน WMS จะลงรายละเอียดเฉพาะงานในคลังมากกว่า ตั้งแต่รับสินค้าเข้า จัดเก็บ เช็กสต๊อก หยิบ แพ็ก ไปจนถึงเตรียมสินค้าออกจากคลัง หากธุรกิจใช้ทั้งสองระบบร่วมกัน
ข้อมูลจากคลังสามารถส่งต่อไปยัง ERP เพื่อให้ทีมส่วนอื่นเห็นข้อมูลชุดเดียวกันและลดการคีย์งานซ้ำ
WMS ดูแลฝั่ง “สินค้าในคลัง” ว่าอยู่ตรงไหน เหลือเท่าไร และต้องหยิบอะไร ส่วน OMS ดูแลฝั่ง “ออเดอร์” ตั้งแต่รับคำสั่งซื้อจากช่องทางต่าง ๆ ไปจนถึงส่งข้อมูลให้คลังจัดการสินค้า
ใช้ WMS กับคลังของตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ Fulfillment เสมอไป หากธุรกิจมีพื้นที่และทีมงานอยู่แล้ว WMS จะช่วยจัดระบบหลังบ้านให้ทำงานง่ายขึ้น ส่วน Fulfillment เหมาะกับร้านที่ต้องการให้ผู้ให้บริการช่วยเก็บ แพ็ก และส่งสินค้าให้ด้วย
ไม่จำเป็นต้องลงทุนสูงเสมอไป ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับจำนวนสินค้า จำนวนคลัง ผู้ใช้งาน และระบบที่ต้องเชื่อมต่อ ร้านที่เพิ่งเริ่มต้นและยังมีสินค้าไม่มาก อาจลองใช้ โปรแกรมจัดสต๊อกสินค้า ฟรี ก่อน เมื่อ SKU และออเดอร์เพิ่มขึ้นจึงค่อยขยับมาใช้ WMS ที่รองรับงานคลังได้ละเอียดกว่า สำหรับร้านที่ใช้ Fulfillment ของ Packhai สามารถใช้งาน WMS และ OMS ฟรี 0 บาท โดยค่าจัดเก็บสินค้าเริ่มต้น 250 บาท/เดือน
ตัวอย่างงบประมาณ WMS แบบแยกใช้งาน หากเลือกใช้ระบบกับคลังของตัวเอง ราคาจะต่างกันตามขนาดธุรกิจ ฟังก์ชัน และระบบที่ต้องเชื่อมต่อ
คลังเดียว ผู้ใช้ไม่มาก และเน้นงานสต๊อกพื้นฐาน
ออเดอร์มากขึ้น ใช้ Barcode, Picking หรือเชื่อมหลายช่องทาง
หลายคลัง ผู้ใช้จำนวนมาก หรือต้องเชื่อม ERP และ API
* เป็นช่วงราคาโดยประมาณของซอฟต์แวร์ในตลาด ไม่ใช่อัตราค่าบริการของ Packhai และระบบระดับ Enterprise อาจประเมินราคาตามขอบเขตโครงการ
ระบบสามารถบันทึก Lot วันที่รับเข้า และวันหมดอายุของสินค้า เพื่อช่วยให้ทีมคลังเลือกหยิบสินค้าตามเงื่อนไข เช่น FIFO หรือ FEFO ลดโอกาสที่สินค้าจะค้างคลังหรือหมดอายุก่อนถูกขายออก
อย่างน้อยควรมีข้อมูลสินค้า เช่น SKU ชื่อสินค้า จำนวนคงเหลือ และตำแหน่งจัดเก็บ รวมถึงรูปแบบการรับเข้า หยิบ แพ็ก และส่งสินค้าที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ยิ่งข้อมูลต้นทางชัด การตั้งค่าระบบและย้ายงานเข้าสู่ WMS ก็จะทำได้ง่ายขึ้น
มีครับ สามารถดูตัวอย่างการทำงานและบรรยากาศของ Packhai เพื่อให้เห็นภาพการใช้งานระบบและการจัดการคลังจริงได้จากวิดีโอด้านล่าง
เริ่มจัดการคลังให้เป็นระบบด้วย WMS จาก Packhai
ไม่ว่าจะเป็นร้านออนไลน์ที่ออเดอร์เริ่มเยอะ หรือธุรกิจที่มีคลังของตัวเอง ระบบ WMS ช่วยให้ขั้นตอนรับสินค้า จัดเก็บ เช็กสต๊อก หยิบ และแพ็ก ทำงานเป็นระบบและตรวจสอบข้อมูลได้ง่ายขึ้น
สำหรับร้านที่ไม่ต้องการดูแลคลังและทีมแพ็กเอง Packhai มี บริการเก็บ แพ็ก ส่งแบบครบวงจร เพื่อช่วยดูแลงานหลังบ้านตั้งแต่สินค้าเข้าคลังไปจนถึงเตรียมจัดส่ง ส่วนการจัดการคำสั่งซื้อจากหลายช่องทางสามารถทำงานร่วมกับ ระบบจัดการออเดอร์ OMS เพื่อช่วยให้ออเดอร์และข้อมูลสต๊อกเชื่อมต่อกันมากขึ้น
ติดต่อเรา PACKHAI : Packhai.com/contact
เบอร์โทร : 097-267-9487
เฟสบุ๊ค : Packhaiofficial
อีเมล : [email protected]
ไลน์ : @packhai
ยูทูป : PACKHAI Fulfillment
ติ๊กตอก : @packhai







