impression คืออะไร reach คืออะไร คำศัพท์ที่คนทำการตลาดออนไลน์ต้องรู้

impression คืออะไร reach คืออะไร

impression คือ

impression คือ อะไร คงเป็นคำถามของใคร ๆ หลาย ๆ คน ยิ่งเป็นคนที่กำลังเริ่มทำ Digital Marketing ด้วยแล้ว ซึ่งในปัจจุบันธุรกิจออนไลน์กลายเป็นธุรกิจที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปจากแต่ก่อน ผู้บริโภคต้องการความสะดวกสบายมากขึ้นในการสั่งซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ ทำให้หลายธุรกิจต้องผันตัวจากธุรกิจออฟไลน์กลายมาเป็นธุรกิจออนไลน์เต็มตัว การทำธุรกิจออนไลน์นั้นปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการทำการตลาดออนไลน์และการทำคอนเทนต์ขายของ เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งที่สำคัญและขาดไม่ได้เลย

การโฆษณาประชาสัมพันธ์ก็เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งในการทำการตลาดออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อโฆษณาทางจาก Social Google หรือเว็บไซต์ต่างๆ รวมไปถึงในการทำ Email Marketing และการตลาดแบบปากต่อปาก impression เองก็ถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน สำหรับมือใหม่ที่อยู่ในวงการของ Digital Marketing ก็มักจะเคยได้ยินคำว่า impression และ reach แต่ก็ยังสงสัยว่าคืออะไร มีความสำคัญอย่างไร วันนี้เราจะพาทุกคนมาหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน

impression กับ reach คืออะไร

impression กับ reach คืออะไร

อันดับแรกต้องขออธิบายให้ทุกคนเข้าใจก่อนว่า impression และ reach เป็นคำศัพท์ทางการตลาดหรือ Digital Marketing อยู่ในรายงานระบบหลังบ้านของทาง Facebook นั่นเอง และเพื่อให้คุณเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับคำศัพท์ทั้งสองคำนี้ เราจะมาอธิบายหรือมาแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เล่าให้ทุกคนฟัง

เริ่มต้นกันที่ reach (รีช) คือ ตัวที่ใช้วัดจำนวนคนที่พบเห็น Content ของเรา เป็นการเข้าถึง Content และโพสต์ของเพจ จากผู้รับชมหรือแฟนเพจนั่นเอง reach (รีช) ใช้หน่วยนับเป็นบุคคล ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่าเพจของเรามีการ Post Content รูปภาพใดๆ ก็ตาม โดยโพสต์รูปภาพจำนวน 1 รูปทำให้มีการเข้าถึงผู้ใช้งานจำนวน 1,000 คน นั่นหมายความว่าเราจะได้ 1,000 reach โดย reach อาจไม่ได้ปรากฏอยู่ใน Facebook เท่านั้นแต่แพลตฟอร์ม Social Media ต่างๆ ก็มีฟังก์ชันการโฆษณาเพื่อเพิ่มยอด reach ด้วยเช่นเดียวกัน reach แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่

1.Organic Reach หรือ Reach

ซึ่งได้จากการที่มีผู้คนเป็นแฟนเพจจริงๆ ของเรามาเห็น Content ของเรา โดยที่ตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ แค่เลื่อนผ่านไปหน้า News feed ก็ตาม ยิ่งคอนเทนต์หรือโพสต์มีคุณภาพ มีความน่าสนใจ และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ก็จะยิ่งทำให้ยอด Reach นั้นเพิ่มขึ้นได้ แต่หากมีการทำคอนเทนต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม เช่น เนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรง 18+ หรือเนื้อหาที่ละเมิดกฎ ก็อาจจะเสี่ยงทำให้เพจถูกแบน และโดน Facebook ปิดกั้นการมองเห็นได้

2.Paid Reach

Paid Reach แปลความหมายตรงตัวเลยก็คือ Reach ที่ได้มาจากการที่เราเสียเงินลงโฆษณากับทาง Facebook ให้มีการขึ้น เป็นโพสต์สปอนเซอร์ จึงทำให้โพสต์นั้นๆ มีคนเข้ามาเห็นมากกว่าปกติและทำให้เพจของคุณมีโอกาสได้รับการมองเห็น หรือมีผู้คนเห็นโพสต์ประมาณ 2-5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าหากเพจมีคนกดไลค์ 100 คน เวลาที่โพสต์ ทำให้โพสต์นั้นๆ มีคนเห็นเพียงแค่ 2 – 5 คนแต่ถ้าต้องการให้คนเห็นมากขึ้น เราก็ต้องซื้อโฆษณาโพสต์นั้นเอง

เมื่อได้รู้จักกับ Reach ไปแล้วต่อไปเราจะพูดถึง impressions (อิมเพรสชั่น) สำหรับ impression ก็คือจำนวนครั้งที่โพสต์ของเราถูกแสดงผล โดยไม่สนใจเลยว่าจะมี engagement เกิดขึ้น โดย engagement คือการมีส่วนร่วมหรือการคลิ๊กในพื้นที่ตรงโพสต์ และ impressions นั้นก็ยังนับรวมการเห็นโพสต์นั้นซ้ำๆ ได้อีกด้วย เพื่อยกตัวอย่างให้ทุกคนเข้าใจได้ง่ายขึ้น เช่น หากเราโพสต์ Content ลงไปในเพจ Facebook ของเรา และมีนาย A มาเห็น Content ของเรา นาย A ก็จะถูกนับเป็น 1 impressions แล้วถ้าเกิดว่านาย A เลื่อนผ่านหน้าจอและกลับมาเห็น Content เดิมของเราอีกครั้ง ก็จะนับเป็น 2 impressions โดยทันทีนั่นเอง

ซึ่งถ้าหากจะอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายๆ Reach จะอยู่ใน Subset ของ Impressions อีกที Reach เป็นจำนวนคน ในขณะที่ impression จะนับเป็นจำนวนครั้ง และ impression จะมีตัวเลขมากกว่า Paid Reach เสมอ เช่น การโพสต์รูป 1 รูปทำให้มีการเข้าถึงผู้ใช้งานจำนวน 100 คน แสดงโฆษณาจำนวน 150 ครั้งนั่นเท่ากับว่า 100 Reach และ 150 impressions ซึ่งคนหนึ่งคนมีโอกาสเห็นโฆษณาได้มากกว่า 1 ครั้ง

Impression สามารถวัดผลได้ทันที เมื่อโฆษณาถูกแสดงหรือปรากฏขึ้นตามเว็บไซต์ต่างๆ บนหน้าฟีดของผู้ใช้งาน โดยที่การแสดงผลของโฆษณาในแต่ละครั้งต่อกลุ่มเป้าหมายของเรา 1 คนนั้น อาจจะมองเห็นโฆษณาได้ในหลายๆ ครั้ง ซึ่งปกติแล้วผู้ลงโฆษณาจะต้องจ่ายราคาที่ต้องการต่อการแสดงโฆษณา 1,000 ครั้งหรือ cost per 1,000 Impression ชื่อย่อก็คือ CPM

ขายของออนไลน์นอกจากทำการตลาดแล้วการเลือกใช้คลังสินค้าออนไลน์ก็สำคัญนะ

ขายของออนไลน์นอกจากทำการตลาดแล้วการเลือกใช้คลังสินค้าออนไลน์ก็สำคัญนะ

ทั้งหมดนี้ก็คือ Impressions และ Reach คำศัพท์ทางการตลาดที่มือใหม่ควรรู้หรือคนทำ Digital Marketing ต้องรู้เอาไว้เพราะจะมีประโยชน์สำหรับคุณเป็นอย่างมากและทำให้คุณได้มีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น อย่างที่เราได้กล่าวไปแล้วในตอนต้นว่าธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบันกำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก มีทั้งการขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม E-Commerce และผ่านทางสื่อโซเชียลต่างๆ อย่าง Facebook Twitter Instagram หรือ TikTok Shop ที่กำลังได้รับความนิยม เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคนั้นได้เปลี่ยนแปลงไป ในปัจจุบันมีพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หรือคนที่ทำธุรกิจออนไลน์จำนวนมาก แต่ก็มักจะประสบปัญหาหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะการจัดการสต๊อกสินค้า ไม่มีพื้นที่จัดเก็บสินค้า การแพ็คของ และการส่งของที่ล่าช้า

ปัญหาต่างๆ เหล่านี้จะหมดไป หากคุณเลือกใช้บริการคลังสินค้าออนไลน์ (Fulfillment ) บริการนี้ตอบโจทย์คนทำธุรกิจออนไลน์ได้เป็นอย่างดี พร้อมให้บริการครบจบในที่เดียว อย่างเช่น packhai ผู้ที่ให้บริการคลังสินค้าออนไลน์ให้บริการเก็บ แพ็คและจัดส่งสินค้า ช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับคนทำธุรกิจออนไลน์เป็นอย่างมาก นอกจากนั้น packhai ก็ยังมีสาขาที่ให้บริการทั่วประเทศมากกว่า 30 สาขา มีคลังสินค้าใกล้บ้านคุณ โดยคุณสามารถบริหารจัดการสินค้าในสต๊อก เช็คสต๊อกสินค้า ดูสต๊อกสินค้า ติดตามสถานะของสินค้า ได้ง่ายๆ อยู่ที่ไหนก็สามารถทำงานได้ คุณสามารถจัดการสินค้าได้ผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ของคุณ โดยไม่ต้องเดินทางมาที่คลังสินค้าให้เสียเวลา หรือส่ง Order เข้ามาให้ packhai ทำหน้าที่หยิบสินค้า แพ็คสินค้าและจัดส่งสินค้าให้กับคุณช่วยให้คุณมีเวลาไปโฟกัสกับการขายมากขึ้น

ราคาค่าบริการ fulfillment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *