เจาะลึก ค่าธรรมเนียม LINE Shopping และ LINE MyShop ล่าสุด ที่คนขายออนไลน์ต้องรู้ สรุปแล้วโดนหักค่าอะไรบ้าง แพ็คให้พร้อมแนะนำ 7 สูตรบริหารร้าน และการเชื่อมต่อระบบคลังสินค้า เพื่อลดต้นทุนแฝงแบบมืออาชีพ
Line My Shop ค่าธรรมเนียม
หากพูดถึงช่องทางการขายที่ช่วยให้แบรนด์สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) ได้ดีที่สุด คงหนีไม่พ้นแพลตฟอร์ม LINE หลายคนที่เพิ่งเริ่มต้นอาจจะกำลังศึกษาว่า Line My Shop คือ อะไร และมีโครงสร้างต้นทุนอย่างไรบ้าง วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกกันว่า LINE MyShop ค่าธรรมเนียม มีการเรียกเก็บในรูปแบบไหน และเมื่อลูกค้าสั่งซื้อสินค้าผ่าน LINE Shopping ค่าธรรมเนียม จะถูกหักไปกับอะไรบ้างครับ

โครงสร้าง ค่าธรรมเนียม LINE Shopping และ LINE MyShop
จุดเด่นที่ทำให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หลงรักการเปิดร้านบน LINE คือเรื่องของต้นทุนครับ เพราะเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสอื่นๆ แล้ว ค่าธรรมเนียม LINE MyShop ถือว่าถูกและเป็นมิตรกับผู้ขายมากๆ โดยสามารถแบ่งโครงสร้างได้ดังนี้ครับ:
1. ฟรี ค่าธรรมเนียมการขาย (0% Commission Fee)
ข่าวดีสำหรับร้านค้าคือ ปัจจุบันการเปิดร้านผ่าน LINE MyShop โดยเชื่อมต่อกับ Line OA คือ ช่องทางที่ไม่มีการเรียกเก็บค่าคอมมิชชัน หรือ GP (Gross Profit) จากยอดขายสินค้า หมายความว่าคุณไม่ต้องเสียเปอร์เซ็นต์ค่าพื้นที่ขายให้กับทางแพลตฟอร์มครับ
2. ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม (Payment Gateway Fee)
ถึงแม้จะไม่มีค่าคอมมิชชัน แต่เมื่อมีการซื้อขายเกิดขึ้น ค่าธรรมเนียม LINE Shopping ที่ร้านค้าจะต้องจ่ายคือ “ค่าธรรมเนียมช่องทางการชำระเงิน” ผ่านระบบ Rabbit LINE Pay (หรือระบบรับชำระเงินที่ LINE กำหนด) โดยจะถูกหักเมื่อลูกค้าชำระเงินสำเร็จผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือ Rabbit LINE Pay ซึ่งอัตรามาตรฐานจะอยู่ที่ประมาณ 3% (ยังไม่รวม VAT) ของยอดชำระเงินรวมครับ
(หมายเหตุ: หากลูกค้าเลือกชำระเงินด้วยวิธี “โอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร” โดยตรงเข้าบัญชีของร้านค้า และร้านค้าเป็นผู้กดยืนยันสลิปเอง จะไม่เสียค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ครับ)
7 ทริคบริหารต้นทุน สู้ ค่าธรรมเนียม LINE MyShop ให้กำไรปัง
ถึงแม้ค่าธรรมเนียมจะน้อย แต่หากบริหารจัดการไม่ดีก็อาจมีต้นทุนแฝงเกิดขึ้นได้ ลองนำ 7 ทริคนี้ไปปรับใช้ดูครับ
1. โปรโมทผ่านช่องทางฟรี
ใช้ฟีเจอร์บรอดแคสต์ (Broadcast) ให้คุ้มค่า หรือลองศึกษาว่า Line Voom คืออะไร แล้วนำมาใช้โพสต์คอนเทนต์ขายของเพื่อดึงดูดลูกค้าแบบออร์แกนิก
2.เพิ่มตัวเลือกการโอนเงินสด
กระตุ้นให้ลูกค้าโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารโดยตรง (Direct Bank Transfer) เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียค่าธรรมเนียม Payment Gateway
3. สะสมฐานลูกค้าประจำ
LINE เป็นเครื่องมือ CRM ชั้นดี ควรใช้ฟีเจอร์สะสมแต้ม (Reward Cards) เพื่อให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำโดยไม่ต้องเสียเงินยิงแอดเพิ่ม
4. บวกต้นทุนกล่องพัสดุเสมอ
อย่าลืมนำค่ากล่อง เทป และวัสดุกันกระแทกเข้าไปรวมในต้นทุนสินค้าก่อนตั้งราคา
5. ระวังเรื่องสต๊อกจม
ควรใช้เครื่องมือวิเคราะห์การขายของ LINE เพื่อดูว่าสินค้าไหนขายดี และสั่งผลิตให้พอดีกับความต้องการ
6. ใช้ระบบหลังบ้านตัดสต๊อก
ป้องกันปัญหาของหมดแต่ลูกค้ากดสั่งเข้ามา ซึ่งอาจทำให้แบรนด์เสียความน่าเชื่อถือ
7. บริหารช่องทางขายให้สมดุล
ควรเปรียบเทียบต้นทุนกับช่องทางอื่นเสมอ โดยสามารถดูข้อมูล ค่าธรรมเนียม Platform อื่นๆ เพื่อวางกลยุทธ์ตั้งราคาข้ามแพลตฟอร์มได้อย่างเหมาะสม
จัดการออเดอร์ LINE MyShop ให้เป๊ะ ด้วยระบบคลังสินค้ามืออาชีพ
เมื่อร้านบน LINE ของคุณเริ่มเติบโตและมีลูกค้าทักแชทสั่งของเข้ามาเป็นจำนวนมาก ปัญหาที่มักจะตามมาคือ การแพ็คของไม่ทัน และ ตัดสต๊อกผิดพลาด
การเลือกใช้ โปรแกรมบริหารคลังสินค้า ที่ดี จะช่วยอัปเดตยอดสินค้าแบบเรียลไทม์ ทำให้คุณตอบลูกค้าได้ทันทีว่าของพร้อมส่งหรือไม่ และเพื่อความสะดวกขั้นสุด การเชื่อมต่อ ระบบคลังสินค้า เข้ากับบริการ Fulfillment จาก Packhai จะช่วยให้คุณหมดห่วงเรื่องงานหลังบ้าน เพราะเรามีทีมงานคอยเก็บและ แพ็คให้ ทันทีที่มีออเดอร์เข้า ช่วยลดต้นทุนแฝงจากการส่งผิด และให้คุณลูกค้า สามารถเอาเวลาไปสร้างสรรค์ผลงานอื่นๆ ได้อย่างไม่ต้องพะวงหน้า พะวงหลัง
เก็บ-แพ็ค-ส่ง ครบวงจร
หมดปัญหาแพ็คไม่ทัน สต๊อกพัง พื้นที่เต็ม! ให้ Packhai ดูแลร้านค้าหลังบ้านด้วยระบบมืออาชีพ จัดเก็บปลอดภัย แพ็คของแน่นหนา และจัดส่งรวดเร็ว จ่ายตามจริง ไม่มีขั้นต่ำ เพื่อให้คุณมีเวลาโฟกัสยอดขายได้เต็ม 100%
ดูบริการ Fulfillment ทั้งหมด ➔
ด้วยระบบ WMS แม่นยำ
เปลี่ยนการจดมือและ Excel ให้เป็นระบบอัตโนมัติ ให้คุณรู้ความเคลื่อนไหวของสินค้าทุกชิ้นแบบ Real-time ตัดสต๊อกแม่นยำ แจ้งเตือนเมื่อของใกล้หมด จบปัญหาการหาสินค้าไม่เจอ (ลูกค้า Packhai ใช้ฟรี!)
ดูฟีเจอร์ระบบ WMS ทั้งหมด ➔
เชื่อมต่อทุก Marketplace
รวบรวมคำสั่งซื้อจากทุกช่องทาง เชื่อมต่อ API ดึงออเดอร์อัตโนมัติจาก Shopee, Lazada, TikTok และ Social Media จบปัญหานั่งคีย์ข้อมูลซ้ำซ้อน ลดข้อผิดพลาด แอดมินทำงานง่ายขึ้น 100%
ดูฟีเจอร์ระบบ OMS ทั้งหมด ➔
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) ค่าธรรมเนียม Line My Shop
สมมติว่าร้านค้าขายสินค้าราคา 500 บาท และลูกค้าเลือกชำระเงินผ่านบัตรเครดิต (Rabbit LINE Pay)
- คิดค่าธรรมเนียมธุรกรรม 3%: 500 x 3% = 15 บาท
- บวก VAT 7% ของค่าธรรมเนียม: 15 x 7% = 1.05 บาท
รวมค่าธรรมเนียมที่โดนหัก: 16.05 บาท
ยอดเงินสุทธิที่ร้านค้าจะได้รับ: 500 – 16.05 = 483.95 บาท
กรณีที่ลูกค้ายกเลิกคำสั่งซื้อและมีการขอคืนเงิน (Refund) สำเร็จผ่านระบบของ LINE ทางร้านค้าจะได้รับค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม (Payment Fee) คืนเต็มจำนวนครับ
ได้ครับ ร้านค้าสามารถตั้งค่าให้ลูกค้าชำระเงินด้วยวิธีการ “โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร (Bank Transfer)” ได้ ซึ่งวิธีนี้ร้านค้าจะต้องเป็นผู้ตรวจสอบสลิปและกดยืนยันยอดเงินด้วยตนเอง โดยจะ ไม่เสียค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม ให้กับทาง LINE ครับ
ไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน หรือค่าธรรมเนียมแรกเข้าครับ ร้านค้าสามารถเปิดใช้งานฟีเจอร์ LINE MyShop เชื่อมต่อผ่าน LINE Official Account (LINE OA) ของคุณได้ฟรี 100% เลยครับ
ระบบจะทำการสรุปยอดและโอนเงินสุทธิ (หลังหักค่าธรรมเนียม) เข้าบัญชีธนาคารของร้านค้าที่ได้ลงทะเบียนไว้ ภายใน 1-2 วันทำการ (ไม่รวมวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ครับ
ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝงสำหรับการขายบนระบบครับ ยกเว้นกรณีที่ร้านค้ามีฐานลูกค้าเยอะและต้องการส่งข้อความโปรโมท (Broadcast) เกินกว่าจำนวนที่แพ็กเกจฟรีของ LINE OA กำหนดไว้ ร้านค้าถึงจะต้องจ่ายเงินซื้อแพ็กเกจข้อความเพิ่มเติม ซึ่งถือเป็นงบการตลาด ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมการขายครับ
ติดต่อเรา PACKHAI : Packhai.com/contact
เบอร์โทร : 097-267-9487
เฟสบุ๊ค : Packhaiofficial
อีเมล : [email protected]
ไลน์ : @packhai
ยูทูป : PACKHAI Fulfillment
ติ๊กตอก : @packhai



