ขายของบน Shopify ดีไหม ? เจาะลึกค่าธรรมเนียม และวิธีสร้างเว็บขายของให้รอดในยุค E-commerce

Shopify

ไขข้อสงสัย ขายของบน Shopify ดีไหม อัปเดตราคาและ ค่าธรรมเนียม Shopify ล่าสุด พร้อมแนะนำเครื่องมือเสริม App E-commerce ช่วยเพิ่มยอดขาย และวิธีเชื่อมต่อ ระบบหลังบ้านขายของออนไลน์ เพื่อยกระดับแบรนด์ของคุณให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ในช่วงที่ผ่านมา พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หลายคนคงเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันจาก ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ของฝั่งมาร์เก็ตเพลสที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้กำไรที่เคยได้เริ่มหดหาย หลายธุรกิจจึงเริ่มมองหาทางออกเพื่อกระจายความเสี่ยง บางส่วนเลือกที่จะไปเปิดตลาดใหม่ ในขณะที่อีกหลายแบรนด์เลือกที่จะ “สร้างบ้านของตัวเอง” เพื่อลดการพึ่งพาคนอื่น

วันนี้เราจะพามาเจาะลึกแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ขายของที่ทรงพลังที่สุดอย่าง Shopify ว่าคืออะไร มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ และคุ้มค่าที่จะลงทุนหรือไม่ครับ

Shopify คือ

Shopify คืออะไร

หลายคนที่เพิ่งเข้าวงการอาจจะยังสงสัยว่า Shopify คืออะไร
(คำนี้ Shopify อ่านว่า “ช้อป-ปิ-ฟาย” นะครับ)

อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด Shopify เป็นแพลตฟอร์มสำหรับสร้างร้านค้าออนไลน์แบบสำเร็จรูป (E-commerce Platform) ที่อนุญาตให้คุณเปิดเว็บไซต์หน้าร้านของตัวเองได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องมีความรู้เรื่องการเขียนโค้ดเลยแม้แต่น้อย

เบื้องหลังความยิ่งใหญ่นี้มาจาก บริษัท Shopify หรือที่จดทะเบียนในชื่อ Shopify Inc คือ บริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติสัญชาติแคนาดา ที่มีเป้าหมายในการสร้างระบบนิเวศน์อีคอมเมิร์ซที่ครบวงจรที่สุด ตั้งแต่การจัดการหน้าร้าน ระบบชำระเงิน ไปจนถึงการจัดการสต๊อกสินค้า ทำให้ในปัจจุบันมีร้านค้ากว่าล้านแห่งทั่วโลกไว้วางใจใช้บริการ

ทำไมยุคนี้ถึงควรเริ่ม ขายของบน Shopify

คำถามยอดฮิตที่มักจะตามมาคือ ขายของบน Shopify ดีไหม? เมื่อเทียบกับการขายบนแพลตฟอร์มทั่วไป

คำตอบคือ “ดีมาก” สำหรับคนที่ต้องการสร้างแบรนด์ระยะยาวครับ เพราะการ ขายของบน Shopify จะช่วยให้คุณควบคุมข้อมูลลูกค้า (Customer Data) ได้ 100% คุณสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปยิงแอด ทำการตลาดซ้ำ (Retargeting) และออกแบบโปรโมชันได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องไปแข่งขันหั่นราคากับร้านอื่นในมาร์เก็ตเพลส

นอกจากนี้ สำหรับใครที่มองหาช่องทาง หาเงินกับ Shopify ในรูปแบบอื่น แพลตฟอร์มนี้ยังรองรับโมเดลธุรกิจแบบ Dropshipping ที่คุณสามารถ รับของมาขายจากจีน โดยไม่ต้องสต๊อกสินค้าเอง ทำให้ประหยัดต้นทุนเริ่มต้นไปได้มหาศาล

อัปเดต Shopify ราคาเท่าไหร่ และค่าธรรมเนียม Shopify ที่ต้องรู้

การจะเริ่มเปิดเว็บ แน่นอนว่าต้องมีเรื่องของต้นทุนเข้ามาเกี่ยวข้อง โดย Shopify ราคา แพ็กเกจรายเดือนจะแบ่งออกเป็นหลายระดับ เพื่อให้สอดคล้องกับขนาดของธุรกิจ ดังนี้ครับ (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบหน้าเว็บอีกครั้ง):

1. Basic Shopify

ราคาประมาณ $39 / เดือน (เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น)

2. Shopify

ราคาประมาณ $105 / เดือน (เหมาะสำหรับธุรกิจที่เริ่มมียอดขายคงที่)

3. Advanced Shopify

ราคาประมาณ $399 / เดือน (เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการรายงานเชิงลึก)

ค่าธรรมเนียม Shopify ที่ต้องระวัง: นอกเหนือจากค่าบริการรายเดือนแล้ว หากคุณไม่ได้ใช้ระบบชำระเงินของเขา (Shopify Payments ซึ่งปัจจุบันยังไม่รองรับในไทยเต็มรูปแบบ) คุณอาจจะต้องเสียค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม (Transaction Fees) เพิ่มเติมประมาณ 0.5% – 2% ต่อออเดอร์ ดังนั้นจึงควรคำนวณต้นทุนตรงนี้บวกเข้าไปในราคาสินค้าด้วยครับ

Shopify Pricing Update
ราคา Shopify แพ็กเกจ
Basic
$39/mo
เหมาะกับผู้เริ่มต้นเปิดร้านออนไลน์
Grow
$105/mo
เหมาะกับธุรกิจที่เริ่มมียอดขายต่อเนื่อง
Advanced
$399/mo
เหมาะกับร้านใหญ่ที่ต้องการรายงานเชิงลึก
หมายเหตุ: ราคาอาจเปลี่ยนตามประเทศ โปรโมชัน และรอบชำระเงิน ควรตรวจสอบจากหน้า Pricing ของ Shopify อีกครั้งก่อนสมัคร

แนะนำ App E-commerce และเครื่องมือเสริมที่คนทำเว็บต้องมี

จุดแข็งที่ทำให้ Shopify รีวิว ออกมาดีเสมอ คือระบบร้านค้าแอปพลิเคชันที่มีเครื่องมือให้เลือกใช้เยอะมาก เพื่อเพิ่มฟังก์ชันให้เว็บไซต์ของคุณ นี่คือ App E-commerce ส่วนหนึ่งที่แนะนำครับ:

  • Hatchful Shopify ออกแบบโลโก้: สำหรับร้านเปิดใหม่ที่ยังไม่มีโลโก้ แอปนี้ช่วยให้คุณสร้างโลโก้แบรนด์สวยๆ ได้ฟรีและรวดเร็ว
  • Releasit COD: พฤติกรรมคนไทยยังนิยมการเก็บเงินปลายทาง (Cash on Delivery) แอปนี้จะช่วยให้คุณสร้างแบบฟอร์มสั่งซื้อแบบ COD ได้ง่ายๆ ช่วยเพิ่มอัตราการปิดการขายได้ดีมาก
  • Chrome Extensions DSers: สำหรับสายดรอปชิป ส่วนขยายนี้คือตัวช่วยระดับเทพที่ใช้ดึงสินค้าจาก AliExpress ลงเว็บได้ในคลิกเดียว

FULFILLMENT Packhai

จัดการออเดอร์ให้ราบรื่นด้วย ระบบหลังบ้านขายของออนไลน์

เมื่อเว็บไซต์ของคุณเริ่มติดตลาดและมียอดสั่งซื้อหลั่งไหลเข้ามา ปัญหาคลาสสิกที่แบรนด์มักเจอคือ แพ็คของไม่ทัน ส่งผิด ส่งช้า สิ่งที่จะมาช่วยแก้ปัญหานี้คือการเชื่อมต่อ ระบบหลังบ้านขายของออนไลน์ เข้ากับเว็บไซต์ของคุณครับ

คุณสามารถเชื่อมต่อร้านค้าเข้ากับ ระบบ OMS (Order Management System) และ ระบบ WMS (Warehouse Management System) เพื่อดึงออเดอร์อัตโนมัติ ตัดสต๊อกเรียลไทม์

และที่พิเศษสุดๆ คือ บริษัท Packhai ผู้ให้บริการคลังสินค้าออนไลน์ Fulfillment มีระบบที่รองรับการเชื่อมต่อกับ Shopify โดยตรง! ทำให้เมื่อลูกค้ากดสั่งซื้อผ่านหน้าเว็บคุณ ข้อมูลจะถูกส่งตรงมาที่โกดังของเรา ทีมงานจะทำการหยิบ แพ็ค และจัดส่งให้ทันที คุณแทบจะไม่ต้องแตะกล่องพัสดุเลยครับ

คลังสินค้าออนไลน์
เก็บ-แพ็ค-ส่ง ครบวงจร

หมดปัญหาแพ็คไม่ทัน สต๊อกพัง พื้นที่เต็ม! ให้ Packhai ดูแลร้านค้าหลังบ้านด้วยระบบมืออาชีพ จัดเก็บปลอดภัย แพ็คของแน่นหนา และจัดส่งรวดเร็ว จ่ายตามจริง ไม่มีขั้นต่ำ เพื่อให้คุณมีเวลาโฟกัสยอดขายได้เต็ม 100%

ดูบริการ Fulfillment ทั้งหมด ➔
Packhai Fulfillment System
PACKHAI SYSTEM
หมดปัญหาของหาย สต๊อกพัง!
ด้วยระบบ WMS แม่นยำ

เปลี่ยนการจดมือและ Excel ให้เป็นระบบอัตโนมัติ ให้คุณรู้ความเคลื่อนไหวของสินค้าทุกชิ้นแบบ Real-time ตัดสต๊อกแม่นยำ แจ้งเตือนเมื่อของใกล้หมด จบปัญหาการหาสินค้าไม่เจอ (ลูกค้า Packhai ใช้ฟรี!)

ดูฟีเจอร์ระบบ WMS ทั้งหมด ➔
Packhai WMS System
PACKHAI WMS
จัดการทุกออเดอร์ในที่เดียว!
เชื่อมต่อทุก Marketplace

รวบรวมคำสั่งซื้อจากทุกช่องทาง เชื่อมต่อ API ดึงออเดอร์อัตโนมัติจาก Shopee, Lazada, TikTok และ Social Media จบปัญหานั่งคีย์ข้อมูลซ้ำซ้อน ลดข้อผิดพลาด แอดมินทำงานง่ายขึ้น 100%

ดูฟีเจอร์ระบบ OMS ทั้งหมด ➔
Packhai OMS System
PACKHAI OMS

ช้อปปิฟาย (Shopify Inc) และคำถามที่พบบ่อย (Q&A) 

A: ทำได้แน่นอนครับ แพลตฟอร์มนี้ถูกออกแบบมาแบบ Drag and Drop (ลากแล้ววาง) มีธีมสำเร็จรูปให้เลือกใช้มากมาย ทำให้คนที่ไม่เก่งไอทีก็สามารถออกแบบเว็บไซต์ให้ออกมาดูมืออาชีพได้

A: รองรับครับ สามารถเชื่อมต่อ Payment Gateway ยอดฮิตในไทยอย่าง Omise หรือ 2C2P ได้ รวมถึงมีแอปพลิเคชันส่วนขยายสำหรับทำระบบเก็บเงินปลายทาง (COD) และเชื่อมต่อขนส่งเอกชนในไทยได้ด้วย

A: แพลตฟอร์มมีโครงสร้างที่รองรับการทำ SEO ได้ดีเยี่ยม คุณสามารถปรับแต่ง Title, Meta Description, URL และใส่ Alt Text ให้กับรูปภาพได้อย่างอิสระ ช่วยให้ร้านค้าของคุณมีโอกาสติดหน้าแรกบน Google ได้ง่ายขึ้น

A: สำหรับใครที่กำลังมองหาช่องทางใหม่ๆ นอกเหนือจากการสร้างเว็บเอง แนะนำให้ลองศึกษาว่า AxtraMall คือ อะไร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางขายที่น่าสนใจจากเครือ CP Axtra ที่ช่วยให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ได้โดยตรงครับ

สรุปการขายของบน Shopify

การตัดสินใจมาเปิดร้านและสร้างเว็บไซต์ด้วยตนเอง ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับแบรนด์ที่ต้องการความมั่นคงในระยะยาว แม้จะมีรายจ่ายเรื่องค่าบริการรายเดือน แต่เมื่อเทียบกับฐานข้อมูลลูกค้าที่คุณจะได้เป็นเจ้าของ 100% ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่สมเหตุสมผลครับ และอย่าลืมหาระบบหลังบ้านดีๆ อย่าง Packhai มาช่วยซัพพอร์ต เพื่อให้คุณลุยการตลาดได้เต็มที่แบบไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังครับ!

ระบบ Fulfillment Packhai ราคา

ทดลองใช้บริการ Fulfillment

Fulfillment ตัวช่วยคนขายของออนไลน์ ที่ช่วยลดต้นทุนการขายสินค้า ลดเวลาการทำงาน มีเวลาโฟกัสยอดขายได้มากขึ้น

สมัครใช้บริการ คลิกดูค่าบริการ

ติดต่อเรา PACKHAI : Packhai.com/contact

เบอร์โทร : 097-267-9487

เฟสบุ๊ค : Packhaiofficial

อีเมล : [email protected]

ไลน์ : @packhai

ยูทูป : PACKHAI Fulfillment

ติ๊กตอก : @packhai

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *