รวมทุกค่าธรรมเนียมที่คุณต้องรู้ก่อน ลงขายของใน tiktok ทั้งค่าคอมมิชชั่น ค่าส่ง และค่าธุรกรรม พร้อมแนะนำเทคนิค ขายของใน tiktok แบบไม่ต้องลงทุน สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นแต่ทุนน้อย
กระแสการซื้อขายบน TikTok ยังคงแรงต่อเนื่องข้ามปี 2026 ทำให้ใครๆ ก็ อยากขายของในติ๊กต๊อก กันทั้งนั้น แต่ช้าก่อน ความผิดพลาดใหญ่หลวงของมือใหม่คือการรีบกระโดดลงไปขายโดยไม่คำนวณต้นทุนให้ดี จนสุดท้ายขายดีแต่แทบไม่เหลือเงินเก็บ วันนี้ Packhai จะมากางตารางให้ดูชัดๆ ว่า ขายของใน Tiktok เสียค่าอะไรบ้าง เพื่อให้คุณวางแผนตั้งราคาได้กำไรเน้นๆ
ขายของใน Tiktok เสียค่าอะไรบ้าง เรื่องเงินทองที่พ่อค้าแม่ค้าต้องรู้
การ ขายของใน tiktok ไม่ได้มีแค่ต้นทุนค่าสินค้าเท่านั้น แต่ยังมีค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บ ซึ่งมีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา หลักๆ แล้วจะมีอยู่ 3 ส่วนใหญ่ๆ ที่คุณต้องนำมาคิดในราคาสินค้า คือ ค่าธรรมเนียมคำสั่งซื้อ ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม และค่าขนส่ง หากคุณคำนวณพลาด เงินกำไรที่ควรจะได้อาจกลายเป็นขาดทุนสะสมโดยไม่รู้ตัว

เจาะลึกค่าธรรมเนียม TikTok Shop หักกี่เปอร์เซ็นต์
สำหรับคนที่ ลงขายสินค้าใน tiktok ต้องเตรียมใจรับมือกับค่าใช้จ่ายดังนี้
1 ค่าธรรมเนียมคำสั่งซื้อ Transaction Fee
ทุกครั้งที่มีการชำระเงินสำเร็จ ระบบจะหักค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมประมาณ 3 ถึง 4 เปอร์เซ็นต์ ของยอดขายรวม ซึ่งรวมถึงค่าสินค้าและค่าขนส่งด้วย
2 ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม Commission Fee
หรือที่เรียกกันว่าค่าคอมมิชชั่น ปัจจุบัน TikTok Shop มีการเก็บค่าธรรมเนียมส่วนนี้เพิ่มขึ้นตามหมวดหมู่สินค้า เฉลี่ยอยู่ที่ 4 ถึง 6 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นการตั้งราคาสินค้าต้องเผื่อส่วนนี้ไว้ด้วย
3 ค่าธรรมเนียมโปรแกรมพันธมิตร Affiliate Fee
หากคุณใช้บริการ นายหน้าขายของใน tiktok หรือให้ครีเอเตอร์ช่วยแปะตะกร้า คุณต้องเสียค่าคอมมิชชั่นตามที่ตั้งไว้ ซึ่งส่วนนี้คุณกำหนดเองได้ แต่ถ้าตั้งน้อยไปอาจไม่มีคนช่วยขาย
อยากขายของใน Tiktok ไม่ต้องลงทุน ทำได้จริงไหม
คำถามยอดฮิตคือ ขายของใน tiktokไม่ต้องลงทุน ทำได้ไหม คำตอบคือ ได้ โดยการสมัครเป็น TikTok Creator หรือนายหน้า TikTok นั่นเอง วิธีนี้คุณไม่ต้องสต็อกของ ไม่ต้องแพ็คของ และไม่ต้องส่งของเอง หน้าที่ของคุณคือทำคลิปวิดีโอหรือไลฟ์สดรีวิวสินค้า แล้วแปะตะกร้าของร้านอื่น เมื่อมีคนซื้อ คุณก็จะได้รับส่วนแบ่งค่าคอมมิชชั่น เป็น วิธีขายของใน tiktok ที่ความเสี่ยงต่ำที่สุด เหมาะสำหรับคนเริ่มต้น
วิธีสมัครขายของใน Tiktok Shop สำหรับมือใหม่
ส่วนใครที่มีสินค้าเป็นของตัวเองและอยาก เปิดร้าน tiktokshop ขั้นตอนการ สมัครขายของใน tiktok นั้นไม่ยากเลย
- ไปที่เว็บไซต์ TikTok Shop Seller Center ลงทะเบียนด้วยบัญชี TikTok หรือเบอร์โทรศัพท์
- อัปโหลดเอกสารยืนยันตัวตน บัตรประชาชน หรือหนังสือรับรองบริษัท
- กรอกข้อมูลร้านค้า ที่อยู่คลังสินค้า และบัญชีธนาคาร
- รอการอนุมัติ จากนั้นก็เริ่ม ลงสินค้าใน tiktokshop ได้ทันที
เคล็ดลับคือ รูปภาพและรายละเอียดสินค้าต้องชัดเจน เพื่อให้ผ่านการตรวจสอบไวขึ้น และดึงดูดลูกค้าให้กดสั่งซื้อ
ทดลองใช้บริการ Fulfillment Fulfillment ตัวช่วยคนขายของออนไลน์ ที่ช่วยลดต้นทุนการขายสินค้า ลดเวลาการทำงาน มีเวลาโฟกัสยอดขายได้มากขึ้น
5 ต้นทุนแฝงที่คนขายของออนไลน์มักมองข้าม
นอกจากค่าธรรมเนียมแล้ว ยังมีต้นทุนแฝงที่อาจกินกำไรคุณได้
- ค่าอุปกรณ์แพ็ค กล่อง เทปกาว บับเบิ้ล
- ค่าเสียโอกาส จากสินค้าที่เสียหายหรือสูญหายระหว่างจัดเก็บ
- ค่าจ้างพนักงาน หากคุณแพ็คเองไม่ทันและต้องจ้างคนเพิ่ม
- ค่าพื้นที่จัดเก็บ หากของเยอะจนล้นบ้าน ต้องเช่าที่เก็บของเพิ่ม
การจัดการสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเองอาจยุ่งยากและควบคุมงบประมาณยาก การใช้ ระบบจัดการสต็อกที่ดีจะช่วยลดความผิดพลาดและต้นทุนแฝงเหล่านี้ได้มหาศาล

ขายดีจนส่งไม่ทัน จัดการอย่างไรให้ต้นทุนไม่บานปลาย
เมื่อร้านค้าของคุณเติบโต ยอดขายถล่มทลาย ปัญหาที่จะตามมาคือ แพ็คไม่ทัน ส่งช้า จนโดนหักคะแนนร้านค้า หรือโดนปรับค่าปรับล่าช้า ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ควรเสีย
ทางออกที่คุ้มค่าที่สุดคือการใช้บริการคลังสินค้าออนไลน์ ที่จะเข้ามาช่วยดูแลเรื่องการเก็บ แพ็ค และส่งให้คุณแบบครบวงจร หลายคนอาจสงสัยว่า Fulfillment คือ อะไร สรุปง่ายๆ คือบริการที่ช่วยปลดล็อกเวลาให้คุณไปโฟกัสกับการทำคอนเทนต์และการตลาด ส่วนเรื่องหลังบ้านปล่อยให้เป็นหน้าที่ของมืออาชีพอย่าง Packhai ช่วยดูแล เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องกังวลเรื่องต้นทุนแฝง
บทความที่เกี่ยวข้อง
-
คอนเทนต์ขายของ มีกี่แบบ ทำยังไงให้น่าสนใจ มีเทคนิคทำคอนเทนต์อะไรบ้าง
-
FDR คืออะไร รู้ทันระบบจัดส่งไวของ TikTok Shop ที่มีผลกับยอดขาย
ติดต่อเรา PACKHAI : Packhai.com/contact
เบอร์โทร : 097-267-9487
เฟสบุ๊ค : Packhaiofficial
อีเมล : cs@packhai.com
ไลน์ : @packhai
ยูทูป : PACKHAI Fulfillment
ติ๊กตอก : @packhai




