อยากขายของใน Shopee ต้องทำอย่างไร มีอะไรบ้างที่ต้องรู้ก่อนจะขายสินค้าในช้อปปี้

อยากขายของใน Shopee

ในยุคนี้ไม่ว่าใครๆ ก็ อยากขายของใน Shopee กันทั้งนั้น Shopee หรือ ช้อปปี้เป็นตลาด E-commerce ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันอออก แหล่งขายสินค้าออนไลน์ที่มีสินค้าให้เลือกซื้อมากมาย ช้อปปี้ ไม่เพียงแต่กระตุ้นความอยากซื้อของผู้ซื้อเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นความสนใจของผู้ขาย ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ผู้ประกอบการ หรือเจ้าของธุรกิจทั้งหลาย ให้เข้ามาเปิดร้านค้า เพื่อขายสินค้าบน Shopee สำหรับผู้ขายรายใหม่ ที่ต้องการลงขายสินค้ากับทาง Shopee คงสงสัยใช่ไหมว่าอยากขายของใน Shopee ต้องทำอย่างไร จะขายสินค้าในช้อปปี้ มีอะไรบ้างที่ต้องรู้ วันนี้เราก็มีเรื่องราวๆ ดีมาแนะนำ

อยากขายของใน Shopee ต้องทำอย่างไร

1.Make Sure ก่อนว่าสินค้านั้นถูกกฎหมาย

ก่อนขายของกับทาง Shopee คุณต้องมั่นใจก่อนว่าสินค้าที่คุณต้องการขาย ไม่ใช่สินค้าไม่ผิดกฎหมาย หรืออยู่ในรายการสินค้าที่ห้ามขาย สามารถเข้าไปศึกษาได้จากนโยบายของต้องห้ามและสิ่งของที่ถูกจำกัด

2.เริ่มลงขายสินค้ากับ Shopee

เมื่อคุณหาสินค้าที่ต้องการขายได้แล้ว ก็ให้ทำการลงสินค้าได้เลย ขั้นตอนแรกให้ไปที่หน้า “ฉัน” จากนั้นกดปุ่มเริ่มขาย ซึ่งจะอยู่ที่มุมซ้ายด้านบนสุด เมื่อกดเข้าไปแล้ว ให้คลิ๊กที่คำว่า “เพิ่มสินค้า”

3.เพิ่มรูปภาพสินค้าในหน้าสินค้านั้นๆ

ทำการเพิ่มรูปภาพสินค้าที่ต้องการขาย สามารถเลือกรูปภาพได้มากสุด 9 ภาพ แนะนำให้ใช้รูปภาพที่มีความคมชัด ยิ่งมีหลายภาพที่สามารถมองเห็นทุกมุม ทุกองศาของสินค้ายิ่งดี ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น หรือจะเพิ่มรูปภาพจาก Instagram ก็ได้นะ  

4.ใส่รายละเอียดของสินค้าให้ครบถ้วนมากที่สุด

เมื่อเพิ่มรูปภาพสินค้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อไปให้ใส่รายระเอียดของสินค้า เช่น ราคา จำนวนสินค้าในคลัง หมวดหมู่สินค้า เป็นต้น หากสินค้าของคุณมีการเตรียมส่งนานกว่าปกติ ให้เลือกเปิดฟังก์ชั่น “เตรียมส่งนานกว่าปกติ” และสามารถตั้งระยะเวลาในการเตรียมพัสดุได้ระหว่าง 7-20 วัน หลังจากใส่รายละเอียดสินค้าแล้วให้กด “ส่ง” จากนั้น Shopee จะนำสินค้าของคุณไปวางขายบนเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นต่อไป

5.เพิ่มบัญชีธนาคารสำหรับขายของผ่านช้อปปี้

ขั้นตอนสุดท้ายนี้สำคัญมากๆ หลังจากที่คุณลงขายสินค้ากับทาง Shopee แล้ว อย่าลืมเพิ่มบัญชีธนาคารตรง “ป้อน” เพื่อให้ Shopee โอนเงินค่าสินค้าให้กับคุณ เมื่อมีการซื้อขายและผู้ซื้อได้รับสินค้าแล้ว

อย่างไรก็ตาม การเปิดร้านขายสินค้ากับ Shopee คุณจำเป็นต้องลงทะเบียน ยืนยันหมายเลขโทรศัพท์มือถือก่อน เพื่อดำเนินการเปิดร้านขายสินค้ากับทาง Shopee  

อยากขายของในshopee มีอะไรบ้างที่ต้องรู้

จะขายของใน Shopee ต้องรู้อะไรบ้าง

1.ค่าธรรมเนียมการขาย :

Shopee มีการคิดค่าธรรมเนียมการขายสินค้ากับผู้ขาย โดยมีการหักเป็นเปอร์เซ็นต์ในแต่ออร์เดอร์ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณทำการเปิดร้านขายสินค้ากับทาง Shopee แม้ว่า Shopee จะเปิดให้ลงขายสินค้าฟรี แต่เมื่อลูกค้าเข้ามากดซื้อสินค้าที่ร้านค้าของคุณ 1 ออร์เดอร์ Shopee จะทำการหักเปอร์เซ็นต์การขาย มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสินค้าแต่ละประเภท เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์หัก 3% สินค้าประเภทอื่นๆ หัก 5%  เป็นต้น เทคนิคง่ายๆ คือ คุณต้องตั้งราคา บวกกับเปอร์เซ็นต์ที่ Shopee หักไปจะได้ไม่เจ็บตัว 

2.ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน :  

นอกจากค่าธรรมเนียมการขายสินค้าแล้ว ยังมีค่าธรรมเนียมการชำระเงิน หมายถึง ค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้น เมื่อลูกค้ามีการชำระเงินค่าสินค้าเข้ามายัง Shopee โดย Shopee จะจัดการกับเงินก่อนที่เงินนั้นจะถูกโอนไปให้คุณในลำดับต่อไป ส่วนค่าธรรมเนียมอยู่กับหว่าง 2-5%

3.เงื่อนไขการจ่ายเงินค่าสินค้า :

อีกหนึ่งสิ่งที่คุณต้องรู้ ก็คือ เงื่อนไนการจ่ายเงินค่าสินค้าให้กับผู้ขาย หากผู้ขายคือร้านค้าทั่วไป จะได้รับเงินค่าสินค้าภายใน 3 วัน ในกรณีที่ผู้ขายคือร้านค้าแนะนำ จะได้รับเงินค่าสินค้าภายใน 7 วัน แต่หากผู้ขายคือร้านค้าใน Shopee Mall จะได้รับค่าสินค้าภายใน 15 วัน

4.ระบบ Seller Balance :  

ร้านค้าสามารถเข้าไปสมัครเปิดใช้งาน ระบบ Seller Balance ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ โดย Shopee จะโอนค่าขายสินค้าให้กับผู้ขายผ่านระบบนี้ เมื่อผู้รับสินค้าได้รับสินค้าแล้วกดยืนยัน เพื่อโอนค่าสินค้าให้ผู้ขาย แต่ในกรณีที่ผู้ซื้อ ไม่กดยืนยัน ภายในระยะเวลา 3 วัน ระบบ Shopee จะโอนค่าสินค้าให้ผู้ขายโดยอัตโนมัติทันที  

เป็นอย่างไรกันบ้าง หวังว่าข้อมูลต่างๆ เหล่านี้จะมีประโยชน์สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ มือใหม่ ที่กำลังวางแผน อยากเปิดร้านขายสินค้ากับ Shopee รวมถึงสิ่งที่ควรรู้ในการขายสินค้ากับทาง Shopee การขายของออนไลน์ ในยุคนี้ต้องบอกเลยว่ากำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

ด้วยพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้ซื้อ สนใจสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นเพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเดินทางออกไปซื้อด้วยตนเอง อย่างไรก็ตามปัญหาที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หลายๆ คนมักพบเจอก็คือ การสต๊อกสินค้า ยิ่งสินค้าขายดี หรือเป็นที่ต้องการของตลาด ยิ่งจำเป็นต้องมีการสต๊อกสินค้า เพื่อให้สามารถขายสินค้าได้อย่างไม่สะดุด แต่ร้านค้าออนไลน์หลายๆ ร้าน ไม่มีพื้นที่จัดเก็บสินค้า ครั้นจะทุ่มเงินสร้างโกดังจัดเก็บสินค้า ก็ดูเหมือนว่าเป็นอะไรที่ยากจนเกินไป แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางออกเลย

หากพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ประสบปัญหา ไม่มีพื้นที่จัดเก็บสินค้า เราขอแนะนำให้ใช้บริการคลังสินค้าออนไลน์ หรือ Fulfillment ปัจจุบันมีผู้ให้บริการคลังสินค้าออนไลน์หลายแห่ง นอกจากให้บริการคลังสินค้าออนไลน์ จะอำนวยความสะดวกเรื่องการให้พื้นจัดเก็บสินค้าแล้ว ยังมีบริการพนักงานแพ็คสินค้าให้ ไปจนถึงบริการรถขนส่งสินค้าทั่วประเทศ ขนส่งสินค้าได้รวดเร็ว มีระบบการจัดการที่ทันสมัย ทำให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์สามารถตรวจเช็คสต๊อกสินค้า หรือตรวจเช็คสินค้าคงเหลือได้แบบเรียลไทม์อีกด้วย

Fulfillment Packhai บริการแพ็คเก็บส่ง

Leave a Reply

Facebook Contact LINE Offical Account Contact