ภาษีนำเข้าคืออะไร เก็บสินค้าชนิดไหนบ้าง อยากรู้ต้องอ่าน

ภาษีนำเข้า

ภาษีนำเข้า

ภาษีนำเข้า หรือภาษีศุลกากรเป็นภาษีที่รัฐบาลจะเรียกเก็บจากผู้นำเข้า ไม่ว่าจะนำเข้ามาทางน้ำ ทางบกหรือทางอากาศก็ตาม เพื่อนำไปพัฒนาประเทศในลำดับต่อไป สินค้าแต่ละประเภทจะมีอัตราภาษีนำเข้าที่แตกต่างกันหรือเรียกว่าพิกัดภาษี อย่างไรก็ตาม ภาษีนำเข้าสินค้าบางประเภท ทางรัฐบาลก็ได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมด้วยการยกเว้นภาษีนำเข้าให้กับเครื่องจักรการผลิต เพื่อส่งเสริมการลงทุน ภาษีศุลกากรนั้นถือได้ว่าเป็นภาษีทางอ้อมที่ผู้เสียภาษีสามารถผลักภาระไปให้กับผู้บริโภคได้ การเก็บภาษีศุลกากรหรือภาษีนำเข้านั้น นอกจากเป็นการหารายได้เพื่อนำมาพัฒนาประเทศแล้ว ก็ยังเป็นการคุ้มกันอุตสาหกรรมภายในเพื่อให้สินค้านำเข้ามีราคาสูงกว่าสินค้าที่ผลิตในประเทศ กล่าวคือเมื่อสินค้านำเข้ามีราคาสูง ผู้บริโภคก็จะหันมาสนับสนุนสินค้าที่ผลิตจากอุตสาหกรรมภายในประเทศนั่นเอง

ภาษีนำเข้าคือ
ภาษีนำเข้าหรือที่หลาย ๆ คนรู้จักในนามของภาษีศุลกากร ที่จะเก็บเมื่อมีการนำเข้าสิ่งของเพื่อทำการขายจากต่างประเทศ

CIF คืออะไร ใช้ในการคำนวณภาษีนำเข้าอย่างไร

คำถามที่หลายคนสงสัยเราจะต้องเสียภาษีนำเข้าเมื่อใด การเสียภาษีอากรจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสินค้าเดินทางไปถึงปลายทาง แล้วปรากฏว่าสินค้ามีมูลค่าเกินหลักเกณฑ์ที่ประเทศปลายทางกำหนดจะต้องมีการเรียกเก็บภาษีก่อนที่จะนำเข้าสินค้ามายังประเทศนั้นๆ โดยปกติแล้วการเสียภาษีนำเข้าเป็นความรับผิดชอบของผู้รับสินค้า ถ้าอยากรู้ว่าต้องเสียภาษีเท่าไหร่ ก็ต้องทำความรู้จักกับ CIF ก่อน คำนวณค่าภาษีนำเข้า

cif
CIF คือตัวตั้งพื้นฐานในการคำนวนจำนวนภาษีนำเข้าที่ต้องจ่าย

C = Cost (ต้นทุน)

I = Insurance (ประกันภัย)

F = Freight (ค่าขนส่ง)

การคำนวณอัตราภาษีขึ้นอยู่กับมูลค่าของสินค้าที่ต้องเสียภาษี สำหรับการคำนวณจะดูที่หมายเลข ซึ่งกำหนดไว้ในแต่ละประเภทสินค้าเรียกว่าพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ ชื่อย่อ HS Code

การคำนวณภาษีนำเข้าสามารถใช้สูตรคำนวณได้ดังนี้

– มูลค่ารวมของสินค้า CIF x อัตราอากรขาเข้า (%) = อากรขาเข้า (5%, 10%, 20% หรือ 30% ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าหรือพิกัดสินค้า)

– (มูลค่ารวม CIF + อากรขาเข้า) x อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม Vat % = ภาษีมูลค่าเพิ่ม

– นำอากรขาเข้า + ภาษีมูลค่าเพิ่ม = มูลค่ารวมภาษีขาเข้าที่ต้องชำระ

หลายๆ คนอาจคิดว่าถ้าเราตั้งราคาสินค้าถูกหรือฮั้วกันกับผู้ส่งในต่างประเทศให้กำหนดราคาสินค้าต่ำ เพื่อจะได้เสียภาษีนำเข้าไม่สูง ในความเป็นจริงแล้วไม่สามารถทำได้เพราะทุกครั้งที่มีสินค้าหรือพัสดุเข้ามาจากต่างประเทศจะต้องผ่านการตรวจประเมินราคาโดยกรมศุลกากร ดังนั้น จึงเป็นไปได้ยากที่ผู้ส่งและผู้รับจะฮั้วกันโดยการกำหนดราคาที่ไม่เป็นจริง

เทคนิคเล็กน้อยในการสั่งของแบบไม่เสียภาษีแบบถูกต้อง

ถึงแม้ว่าคุณจะไม่สามารถฮั้วกันกับผู้ส่งออกได้ เพื่อให้เสียภาษีนำเข้าน้อยลง แต่เราก็มีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในการสั่งของแบบไม่เสียภาษีมาฝาก ซึ่งเป็นเทคนิคที่ถูกต้องไม่ผิดกฎหมาย ส่วนจะมีเทคนิคไหนบ้างมาดูกัน

– สั่งสินค้าไม่เกิน 1,500 บาท

เทคนิคง่ายๆ เพื่อไม่ให้เสียภาษีนำเข้าในกรณีที่คุณสั่งสินค้ามาจากต่างประเทศ ก็ต้องคำนวณให้ดีว่าสินค้ามีมูลค่าเท่าไหร่ โดยไม่ควรสั่งสินค้าที่มีมูลค่าเกิน 1,500 บาท เนื่องจากกรมศุลกากรได้กำหนดราคาสินค้าทุกชนิด ที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท จะได้รับการยกเว้น โดยไม่ต้องจ่ายภาษีอากรนำเข้า สำหรับใครที่สั่งสินค้าราคาไม่เกิน 1,500 บาท ก็วางใจไปได้เลยสามารถนำเข้าสินค้าได้โดยไม่เสียภาษีอากรขาเข้าแน่นอน

– ใช้บริการ Shipping

ถ้าไม่อยากเสียภาษีนำเข้า แนะนำให้สั่งของจากต่างประเทศแล้วใช้บริการผ่าน Shipping โดย Shipping อาจเป็นบริษัท องค์กรหรือบุคคลที่เป็นตัวแทนนำเข้าสินค้า ทำหน้าที่ติดต่อประสานงานด้านเอกสาร สำหรับการนำเข้าหรือการส่งออกสินค้า โดยติดต่อกับกรมศุลกากรผ่านพิธีการศุลกากร นอกจากนั้นก็ยังมีบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและการส่งออกด้วย เช่น การประสานงานกับบริษัทขนส่ง ในภาษาทางการ Shipping จะถูกเรียกว่า “ตัวแทนออกของ” สำหรับคนที่สั่งของเกิน 1,500 บาท ถ้าใช้บริการ Shipping ระหว่างประเทศ คุณก็จ่ายแค่ค่าขนส่งเพียงอย่างเดียวและวางใจในเรื่องของภาษีไปได้เลยเพราะคุณไม่ต้องจ่ายแน่นอน Shipping จะมีหน้าที่เคลียร์ของหรือเคลียร์สินค้าให้คุณทั้งหมด แถมยังสะดวก ง่ายดาย และสบายกระเป๋า มีการรับประกันของหายให้อีกด้วย

packhai ไม่ได้เป็นเพียงคลังสินค้าออนไลน์ แต่เป็นผู้ช่วยในธุรกิจด้วย

packhai เป็นผู้ให้บริการคลังสินค้าออนไลน์หรือ Fulfillment ที่ให้บริการแบบครบวงจรทั้งเก็บ แพ็คและจัดส่งในจุดเดียวกันเหมาะสำหรับธุรกิจที่ขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ การใช้บริการคลังสินค้าออนไลน์ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในยุคนี้ ช่วยลดเวลาการทำงาน ลดข้อผิดพลาดในการจัดการ Order ที่สำคัญเลยก็คือช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มีเวลาไปโฟกัสกับการขายมากขึ้น

packhai มีระบบหลังบ้านที่ช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทำงานง่ายขึ้น สามารถลง Order เช็คสต๊อก ดูยอดขาย ติดตามสถานะจำกัดสิทธิ์ Admin หรือแม้แต่ดูรายงานวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ก็สามารถทำได้ นอกจากนั้นยังมีบริการเข้ารับสินค้าฟรี ไม่ว่าคุณจะอยู่จุดไหนของประเทศไทย packhai พร้อมเข้าไปรับสินค้าให้ฟรีไม่มีเงื่อนไข ให้บริการพื้นที่จัดเก็บสินค้าที่ถูกออกแบบโครงสร้างมาอย่างดี จัดเก็บสินค้าได้อย่างปลอดภัย มีกล้องวงจรปิดทุกมุมในโกดัง มีพนักงานดูแลสินค้าตลอด 24 ชั่วโมงนอกจากนั้นยังมีพนักงานช่วยแพ็คสินค้าให้คุณ แพ็คดี แพ็คเร็ว มั่นใจได้เลยว่าสินค้าถูกส่งถึงมือผู้รับได้อย่างสมบูรณ์มากที่สุดแน่นอน เท่านั้นยังไม่ยังมีบริการส่งสินค้า โดยที่คุณไม่ต้องไปต่อคิวที่บริษัทขนส่งด้วย

packhai ไม่ได้ให้บริการคลังสินค้าออนไลน์เพียงอย่างเดียวแต่เป็นได้มากกว่านั้น หากคุณไม่รู้ว่าจะขายสินค้าอะไรดี บางคนมีไอเดียแต่ไม่รู้จะหาสินค้ามาจากไหนหรือมีต้นทุน แต่ไม่มีไอเดีย packhai ช่วยได้ ช่วยวิเคราะห์ ช่วยจัดหาสินค้าที่มีคุณภาพในราคาเหมาะสมที่สุดมาให้คุณขาย แนะนำการทำธุรกิจ การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ เรียกได้ว่าเป็นผู้ให้บริการคลังสินค้าออนไลน์ที่ให้บริการครอบคลุมและครบวงจรมากที่สุดและเป็นได้มากกว่าผู้ให้บริการคลังสินค้าออนไลน์เพราะเป็นที่ปรึกษาที่ดีที่สุดให้กับธุรกิจของคุณ