การเพิ่มช่องทางขายออนไลน์เป็นเรื่องดี แต่พอร้านมีหลายช่องทาง งานหลังบ้านก็มักเพิ่มตามมาด้วย ทั้งเช็กออเดอร์ ดูว่าสินค้าเหลือเท่าไร คีย์ข้อมูลซ้ำ และตามว่าออเดอร์ไหนแพ็กไปแล้วบ้าง ล่าสุด PACKHAI สามารถเชื่อมต่อกับ NEX GEN COMMERCE แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของไทยได้แล้ว ช่วยให้ร้านค้าส่งออเดอร์เข้ามาจัดการต่อในระบบหลังบ้านของ Packhai และเลือกได้ว่าจะยังแพ็กสินค้าเอง หรือให้ทีม Fulfillment ช่วยดูแลตั้งแต่เก็บ หยิบ แพ็ก ไปจนถึงเตรียมส่ง
NEX GEN COMMERCE คืออะไร และเชื่อมกับ PACKHAI แล้วช่วยอะไร
NEX GEN COMMERCE เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของไทยสำหรับซื้อขายสินค้าออนไลน์ เมื่อร้านเริ่มเปิดช่องทางขายเพิ่ม สิ่งที่ต้องคิดต่อไม่ได้มีแค่ลงสินค้าและรอออเดอร์ แต่ยังมีเรื่องสต๊อก คำสั่งซื้อ และการจัดส่งที่ต้องจัดการให้ทันด้วย
การที่ PACKHAI เชื่อมต่อกับ NEX GEN COMMERCE จึงเข้ามาช่วยตรงงานหลังบ้าน ร้านไม่จำเป็นต้องมองแต่ละระบบแยกกันทั้งหมด เพราะออเดอร์จากช่องทางขายสามารถส่งเข้ามาจัดการต่อในระบบของ PACKHAI ได้ ทำให้การดูคำสั่งซื้อและสต๊อกเป็นขั้นตอนมากขึ้น โดยเฉพาะร้านที่มีสินค้าเยอะหรือขายมากกว่าหนึ่งช่องทาง
จุดสำคัญคือการเชื่อมระบบไม่ได้บังคับว่าร้านต้องส่งสินค้าเข้าคลัง PACKHAI ทุกกรณี ร้านที่มีทีมและพื้นที่ของตัวเองยังสามารถจัดการแพ็กสินค้าเองได้ ส่วนร้านที่ไม่อยากดูแลงานคลังเองก็สามารถต่อยอดไปใช้ Fulfillment ได้ตามความเหมาะสม
ติดตามความเคลื่อนไหวและข่าวสารผ่าน Facebook ของเรา
เชื่อม NEX GEN COMMERCE กับ PACKHAI แล้ว ร้านค้าได้อะไรบ้าง
สำหรับแม่ค้าออนไลน์ สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าระบบมีฟังก์ชันเยอะแค่ไหน แต่คือเปิดใช้แล้วช่วยลดงานที่ต้องทำทุกวันได้จริงหรือไม่ การเชื่อมสองระบบนี้มีประโยชน์กับงานหลักหลายส่วน
1. ออเดอร์เข้ามาแล้วไม่ต้องคอยย้ายข้อมูลกันหลายรอบ
เมื่อมีคำสั่งซื้อจาก NEX GEN COMMERCE ข้อมูลออเดอร์สามารถส่งเข้ามาจัดการต่อในระบบหลังบ้านของ PACKHAI ได้ ช่วยลดขั้นตอนที่แอดมินต้องคอยนำข้อมูลจากหน้าร้านมาจัดการใหม่อีกครั้ง
สำหรับร้านที่เริ่มมีออเดอร์มากขึ้น การใช้ ระบบจัดการออเดอร์ OMS ช่วยให้งานฝั่งคำสั่งซื้อเป็นระบบมากขึ้น เพราะร้านสามารถใช้ข้อมูลออเดอร์ไปต่อกับขั้นตอนอื่นของหลังบ้านได้ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสินค้า หยิบ หรือแพ็ก
2. สต๊อกสินค้าไม่ควรแยกคนละโลกกับออเดอร์
ปัญหาที่คนขายออนไลน์เจอบ่อยคือ หน้าร้านบอกว่ายังมีของ แต่พอจะหยิบจริงกลับหมด หรือของยังอยู่ในคลังแต่ข้อมูลไม่ตรง หากมีหลาย SKU และมีสินค้าเข้าออกทุกวัน ปัญหานี้จะตามแก้ยากขึ้นเรื่อย ๆ
การ จัดการสต๊อกด้วยระบบ WMS ช่วยให้ข้อมูลสินค้าในคลังเป็นระบบขึ้น ทั้งจำนวนและตำแหน่งจัดเก็บ ทำให้งานฝั่งคลังสามารถทำต่อจากออเดอร์ได้โดยไม่ต้องเริ่มนับหรือค้นหาของใหม่ทุกครั้ง
3. ลดงานคีย์ซ้ำของแอดมิน
การเปิดช่องทางขายใหม่ไม่ควรแปลว่าแอดมินต้องมีงานเพิ่มอีกหนึ่งกองเสมอไป หากข้อมูลจากหน้าร้านสามารถส่งเข้าสู่ระบบหลังบ้านได้ งานบางอย่างที่เคยต้องคัดลอกหรือเช็กซ้ำก็ลดลง
โดยเฉพาะร้านที่มีทั้งออเดอร์และสต๊อกจำนวนมาก การให้ออเดอร์กับสินค้าอยู่ใน Flow เดียวกันจะช่วยลดจุดที่ข้อมูลอาจคลาดเคลื่อน สามารถดูเพิ่มเติมได้ว่า ออเดอร์กับสต๊อกทำงานร่วมกัน อย่างไร เมื่อร้านเริ่มมีงานหลังบ้านซับซ้อนขึ้น
4. ร้านยังเลือกแพ็กของเองได้
ถ้าร้านมีโกดัง มีทีมแพ็ก และมีขั้นตอนจัดส่งของตัวเองอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องย้ายทุกอย่างเข้าคลัง PACKHAI เพียงเพราะเชื่อมระบบ ร้านสามารถใช้ระบบเพื่อช่วยจัดการข้อมูลออเดอร์และสต๊อก แล้วดำเนินงานฝั่งแพ็กและส่งต่อด้วยทีมของตัวเองได้
ตรงนี้เหมาะกับธุรกิจที่ลงทุนหลังบ้านไว้แล้ว แต่อยากลดงานจัดการข้อมูลระหว่างช่องทางขายกับคลังให้เป็นระบบมากขึ้น
5. ถ้าแพ็กเองไม่ไหว ก็ขยับไปใช้ Fulfillment ได้
อีกแบบคือร้านที่ไม่อยากดูแลโกดังและทีมแพ็กเอง เมื่อสินค้าและออเดอร์อยู่ในระบบแล้ว สามารถเลือก ให้ Packhai ช่วยเก็บ แพ็ก และส่งสินค้า โดยทีมคลังจะเข้ามาดูแลงานหลังบ้านตามรูปแบบบริการที่ร้านเลือก
จึงไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินใจตั้งแต่วันแรกว่าจะต้องทำเองทั้งหมดหรือส่งให้คลังทั้งหมด ร้านสามารถเลือกรูปแบบให้เหมาะกับขนาดธุรกิจในแต่ละช่วงได้
ส่งข้อมูลคำสั่งซื้อเข้าสู่ระบบหลังบ้านได้
เชื่อมงานออเดอร์กับข้อมูลสินค้าในคลัง
แอดมินไม่ต้องย้ายข้อมูลหลายขั้นตอน
ใช้ทีมงานและพื้นที่คลังของร้านต่อไปได้
ให้ PACKHAI ช่วยเก็บ หยิบ แพ็ก และเตรียมส่ง
ขายหลายช่องทางยิ่งต้องคิดเรื่องหลังบ้านให้มากขึ้น
ร้านค้าออนไลน์จำนวนมากไม่ได้ขายอยู่ช่องทางเดียว บางร้านมี Marketplace หลักอยู่แล้ว แต่ก็ยังมองหาช่องทางใหม่เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มอื่น หรือสร้างช่องทางของแบรนด์เอง ปัญหาคือยิ่งมีหน้าร้านเพิ่ม ออเดอร์และสต๊อกที่ต้องตามก็มากขึ้นตามไปด้วย
สมมติสินค้าตัวเดียวกันมีจำนวนเหลือ 10 ชิ้น แต่ถูกนำไปขายพร้อมกันหลายช่องทาง ถ้าแต่ละหน้าร้านแยกข้อมูลกันและไม่มีระบบหลังบ้านมาช่วยดู ร้านก็ต้องคอยเช็กเองตลอดว่าขายไปจากที่ไหนกี่ชิ้น และของจริงยังเหลือเท่าไร
สำหรับคนขายที่กำลังมองหาช่องทางเพิ่มเติม นอกจาก NEX GEN COMMERCE แล้ว PACKHAI ยังมีบทความเกี่ยวกับช่องทางขายหลายรูปแบบ เช่น AxtraMall สำหรับคนที่อยากลอง Marketplace เพิ่ม, การ สร้างเว็บไซต์ขายของด้วย Shopify สำหรับแบรนด์ที่อยากมีเว็บไซต์ของตัวเอง และ ThaiMart ซึ่งเป็นอีกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทยที่คนขายออนไลน์สามารถศึกษาไว้เป็นทางเลือก
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่เปิดร้านให้ได้หลายที่ แต่ต้องคิดต่อด้วยว่า เมื่อออเดอร์เริ่มเข้ามาจากหลายทางแล้วจะรวมงานหลังบ้านอย่างไร เพราะถ้าหน้าร้านโตขึ้น แต่ทีมยังใช้วิธีเปิดเช็กทีละแพลตฟอร์ม จดสต๊อกแยก และส่งข้อมูลให้คนแพ็กด้วยมือ งานก็มีโอกาสกลายเป็นคอขวดของร้านได้
รับชมวิดีโอจาก Facebook ของ NEX GEN COMMERCE
ถ้าเป็นแม่ค้าออนไลน์ การเชื่อมระบบช่วยตรงไหนจริง ๆ
ถ้ามองจากฝั่งคนขาย ไม่จำเป็นต้องเข้าใจศัพท์ระบบลึก ๆ ก็ได้ ลองดูจากงานที่ต้องทำในแต่ละวันแทน หากตอนนี้ร้านมีทั้งรับออเดอร์ เช็กของ จัดสต๊อก แพ็กสินค้า และตอบลูกค้าอยู่แล้ว การลดงานซ้ำเพียงบางส่วนก็ช่วยประหยัดเวลาได้มาก
1. ไม่ต้องตามออเดอร์ด้วยวิธีเดิมทุกครั้ง
แทนที่จะมีออเดอร์เข้ามาแล้วต้องเริ่มจากการนำข้อมูลไปจัดต่อเอง ระบบที่เชื่อมกันช่วยส่งงานจากหน้าร้านเข้าสู่หลังบ้านได้เป็นขั้นตอนมากขึ้น
2. เปิดช่องทางขายเพิ่มโดยไม่อยากเพิ่มงานตามทุกช่องทาง
ปกติเปิดร้านเพิ่มหนึ่งที่ก็มักมีหน้าจอเพิ่มอีกหนึ่งหน้า มีสถานะออเดอร์เพิ่มอีกหนึ่งชุด และมีสต๊อกที่ต้องคอยระวัง การมีระบบกลางช่วยลดภาระการจัดการข้อมูลเหล่านี้ได้
3. สินค้าหลาย SKU ก็จัดการง่ายกว่าใช้ความจำ
ร้านที่มีสิบรายการอาจยังจำได้ แต่ถ้าเริ่มมีหลักร้อย SKU การจำว่าของอยู่ตรงไหน เหลือเท่าไร และรุ่นไหนใกล้หมดไม่ใช่เรื่องง่าย ระบบคลังจึงเข้ามาช่วยตรงจุดนี้ได้มาก
4. ช่วงโปรออเดอร์เพิ่มก็ไม่ต้องเปลี่ยนวิธีทำงานใหม่ทั้งหมด
ช่วงแคมเปญอาจมีออเดอร์เข้ามามากกว่าวันปกติหลายเท่า หากขั้นตอนรับออเดอร์และจัดการหลังบ้านถูกวางไว้แล้ว ร้านไม่ต้องกลับมาจัดระบบใหม่ทุกครั้งที่ยอดขายพุ่ง
5. เจ้าของร้านมีเวลากลับไปทำเรื่องขายมากขึ้น
เป้าหมายสุดท้ายไม่ใช่แค่มีระบบเยอะขึ้น แต่คือทำให้คนในร้านใช้เวลากับงานซ้ำ ๆ น้อยลง เจ้าของร้านจึงมีเวลาไปดูสินค้า ทำคอนเทนต์ คุยกับลูกค้า หรือวางแผนยอดขายแทนการนั่งตามสถานะออเดอร์ทั้งวัน
ร้านแบบไหนเหมาะกับ PACKHAI X NEX GEN COMMERCE
การเชื่อมระบบเหมาะกับร้านหลายรูปแบบ แต่จะเห็นประโยชน์ชัดเป็นพิเศษเมื่อธุรกิจเริ่มมีงานหลังบ้านมากขึ้น เช่น
- ร้านที่กำลังเพิ่ม NEX GEN COMMERCE เป็นช่องทางขายใหม่
- ร้านที่มีหน้าร้านออนไลน์มากกว่าหนึ่งช่องทาง
- ร้านที่มีสินค้าหลาย SKU และเริ่มตามสต๊อกยาก
- ร้านที่ไม่อยากให้แอดมินคีย์ข้อมูลออเดอร์ซ้ำหลายรอบ
- SME ที่กำลังเพิ่มยอดขายและจำนวนสินค้า
- ร้านที่ยังแพ็กเอง แต่อยากเริ่มใช้ระบบจัดการออเดอร์และสต๊อก
- ร้านที่แพ็กเองเริ่มไม่ทันและกำลังมองหา Fulfillment
ร้านที่ยังมีสินค้าไม่มากและออเดอร์น้อยอาจยังจัดการเองได้สบาย แต่ถ้าช่องทางขายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การวางระบบตั้งแต่ก่อนงานจะยุ่งมาก ช่วยลดการต้องย้อนกลับมาจัดข้อมูลใหม่ตอนร้านโตได้

เริ่มใช้ NEX GEN COMMERCE ร่วมกับ PACKHAI ต้องทำอย่างไร
ขั้นตอนการเชื่อมระบบจริงอาจมีรายละเอียดตามบัญชีและรูปแบบการใช้งานของแต่ละร้าน ดังนั้นไม่ควรตั้งค่าจากการเดาเอง แต่สามารถเตรียมข้อมูลพื้นฐานไว้ก่อนเพื่อให้เริ่มต้นได้ง่ายขึ้น
1. สมัครและเตรียมร้านบน NEX GEN COMMERCE
ร้านสามารถเข้าไปดูรายละเอียดและสมัครใช้งานผ่านเว็บไซต์ NEX GEN COMMERCE จากนั้นเตรียมข้อมูลร้านและรายการสินค้าที่ต้องการขายให้พร้อม
2. เตรียมรายการสินค้าและ SKU
ควรตรวจว่าชื่อสินค้า รหัส SKU รุ่น สี หรือไซซ์ถูกแยกชัดเจน เพราะข้อมูลเหล่านี้ต้องใช้กับทั้งหน้าร้านและระบบหลังบ้าน หากข้อมูลตั้งต้นไม่ตรงกัน การจัดการสต๊อกภายหลังก็จะยากขึ้น
3. แจ้งทีม PACKHAI ว่าต้องการเชื่อม NEX GEN COMMERCE
ทีมจะช่วยดูรูปแบบการใช้งานและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมระบบ ไม่จำเป็นต้องลองตั้งค่าทางเทคนิคหรือ API ด้วยตัวเองหากยังไม่แน่ใจ
4. ตรวจสอบออเดอร์และสต๊อกก่อนเริ่มใช้งานจริง
ก่อนเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ ควรตรวจให้แน่ใจว่าข้อมูลสินค้าและคำสั่งซื้อทำงานตรงกัน เพื่อลดปัญหาในวันที่เริ่มมีออเดอร์จริงเข้ามา
5. เลือกว่าจะยังแพ็กเอง หรือให้ PACKHAI ช่วยดูแล Fulfillment
ร้านที่มีทีมอยู่แล้วสามารถแพ็กเองต่อได้ ส่วนร้านที่ต้องการลดงานคลังสามารถเลือกใช้บริการเก็บ หยิบ แพ็ก และเตรียมส่งเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม
หากต้องการสอบถามเรื่องการเชื่อมต่อ NEX GEN COMMERCE หรืออยากดูว่าร้านเหมาะกับการใช้ระบบหรือ Fulfillment แบบไหน สามารถ ปรึกษาทีมงานมืออาชีพ PACKHAI พร้อมแจ้งช่องทางที่ใช้อยู่ จำนวน SKU และลักษณะออเดอร์เบื้องต้นได้
เก็บ-แพ็ค-ส่ง ครบวงจร
หมดปัญหาแพ็คไม่ทัน สต๊อกพัง พื้นที่เต็ม! ให้ Packhai ดูแลร้านค้าหลังบ้านด้วยระบบมืออาชีพ จัดเก็บปลอดภัย แพ็คของแน่นหนา และจัดส่งรวดเร็ว จ่ายตามจริง ไม่มีขั้นต่ำ เพื่อให้คุณมีเวลาโฟกัสยอดขายได้เต็ม 100%
ดูบริการ Fulfillment ทั้งหมด ➔
ด้วยระบบ WMS แม่นยำ
เปลี่ยนการจดมือและ Excel ให้เป็นระบบอัตโนมัติ ให้คุณรู้ความเคลื่อนไหวของสินค้าทุกชิ้นแบบ Real-time ตัดสต๊อกแม่นยำ แจ้งเตือนเมื่อของใกล้หมด จบปัญหาการหาสินค้าไม่เจอ (ลูกค้า Packhai ใช้ฟรี!)
ดูฟีเจอร์ระบบ WMS ทั้งหมด ➔
เชื่อมต่อทุก Marketplace
รวบรวมคำสั่งซื้อจากทุกช่องทาง เชื่อมต่อ API ดึงออเดอร์อัตโนมัติจาก Shopee, Lazada, TikTok และ Social Media จบปัญหานั่งคีย์ข้อมูลซ้ำซ้อน ลดข้อผิดพลาด แอดมินทำงานง่ายขึ้น 100%
ดูฟีเจอร์ระบบ OMS ทั้งหมด ➔
FAQ PACKHAI X NEX GEN COMMERCE
NEX GEN COMMERCE เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของไทยสำหรับซื้อและขายสินค้าออนไลน์ ร้านค้าสามารถใช้เป็นอีกช่องทางในการนำสินค้าไปขายและเข้าถึงลูกค้าเพิ่มเติมได้
ได้ ตามข้อมูลการเชื่อมต่อปัจจุบัน ร้านค้าที่ใช้งาน NEX GEN COMMERCE สามารถเชื่อมงานออเดอร์เข้าสู่ระบบหลังบ้านของ PACKHAI เพื่อช่วยจัดการคำสั่งซื้อและสต๊อกสินค้าได้เป็นระบบมากขึ้น
การมีระบบคลังช่วยให้ข้อมูลสินค้า จำนวนคงเหลือ และการเคลื่อนไหวของสต๊อกเป็นระบบมากกว่าการจดหรือไล่เช็กด้วยตัวเอง โดยเฉพาะร้านที่มีหลาย SKU หรือมีสินค้าเข้าออกเป็นประจำ
ไม่จำเป็น ร้านที่มีทีมและพื้นที่แพ็กสินค้าอยู่แล้วสามารถจัดการฝั่งคลังและการจัดส่งด้วยตัวเองต่อได้ ส่วนร้านที่ไม่ต้องการดูแลงานคลังเองสามารถเลือกใช้ Fulfillment ของ PACKHAI เพิ่มเติมได้
ยิ่งมีหลายช่องทาง ร้านยิ่งต้องดูทั้งออเดอร์และจำนวนสินค้าที่ขายออกจากแต่ละที่ การมีระบบกลางเข้ามาช่วยจัดการข้อมูลจึงมีประโยชน์มากขึ้น โดยเฉพาะร้านที่เริ่มรู้สึกว่าการเปิดเช็กทีละแพลตฟอร์มและจัดสต๊อกด้วยมือใช้เวลามากเกินไป
เริ่มปีใหม่ด้วยหลังบ้านที่พร้อมโต ไม่ใช่แค่ยอดขายที่สูงขึ้น
โปร 1.1 ไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงการลดราคาเพื่อเปิดยอดแรกของปี หากร้านใช้ช่วงนี้ทบทวนข้อมูลจากปีเก่า จัดสต๊อกใหม่ แยกสินค้าขายเร็วและขายช้า ตรวจ Order Flow และหาคอขวดของคลังไปพร้อมกัน สิ่งที่ได้หลังจบแคมเปญจะมากกว่ายอดขายเพียงไม่กี่วัน เพราะร้านจะมีข้อมูลสำหรับวางแผนการทำงานในเดือนต่อ ๆ ไปด้วย
เมื่อจำนวนออเดอร์ SKU และช่องทางขายเพิ่มขึ้นจนการจัดการด้วยวิธีเดิมเริ่มเป็นภาระ แพ็กให้ ตัวช่วยดูแลระบบหลังบ้านของร้านค้าออนไลน์ มีทั้ง OMS, WMS และ Fulfillment รองรับตั้งแต่การจัดการคำสั่งซื้อและสต๊อก ไปจนถึงการเก็บ แพ็ค และจัดส่ง เพื่อให้การเพิ่มยอดขายไม่ต้องแลกกับปัญหาหลังบ้านที่เพิ่มตามมา
ติดต่อเรา PACKHAI : Packhai.com/contact
เบอร์โทร : 097-267-9487
เฟสบุ๊ค : Packhaiofficial
อีเมล : [email protected]
ไลน์ : @packhai
ยูทูป : PACKHAI Fulfillment
ติ๊กตอก : @packhai



