คลังสินค้า ธนบุรี บริการ Fulfillment เก็บ แพ็ค ส่ง สำหรับร้านค้าออนไลน์

คลังสินค้า ธนบุรี

 

ร้านออนไลน์ในย่านธนบุรีจำนวนไม่น้อยเริ่มจากการใช้บ้าน ตึกแถว หรือพื้นที่หลังร้านเป็นทั้งที่ทำงานและที่เก็บสินค้า ช่วงที่ของยังไม่เยอะอาจจัดการได้ไม่ยาก แต่พอเริ่มมีออเดอร์ทุกวัน พื้นที่ก็ถูกแบ่งไปให้ชั้นวาง กล่องสินค้า โต๊ะแพ็ค และอุปกรณ์ต่าง ๆ มากขึ้น สำหรับร้านในตลาดพลู บุคคโล สำเหร่ ดาวคะนอง วงเวียนใหญ่ และพื้นที่ใกล้เคียง การใช้ แพ็คให้คลังสินค้าออนไลน์ จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับย้ายงานเก็บของและงานแพ็คออกจากพื้นที่ร้าน โดยไม่จำเป็นต้องเปิดโกดังและสร้างทีมหลังบ้านขึ้นมาเองทั้งหมด

Contents hide

คลังสินค้าแถวธนบุรีเหมาะกับร้านออนไลน์แบบไหน

สิ่งที่ทำให้ร้านเริ่มต้องมองหาคลังสินค้าไม่ใช่แค่จำนวนออเดอร์ แต่คือภาระที่ตามมากับสินค้าทุกชิ้น ของที่เข้ามาต้องมีที่วาง ต้องรู้ว่าเหลือเท่าไร เวลาลูกค้าสั่งก็ต้องมีคนหยิบ ตรวจ และแพ็คให้ทัน หากงานเหล่านี้เริ่มกินเวลาทีมมากขึ้นเรื่อย ๆ การแยกงานหลังบ้านออกจากงานขายจะช่วยให้ร้านบริหารง่ายขึ้น

กลุ่มที่เริ่มเหมาะกับบริการลักษณะนี้ เช่น ร้านที่สินค้าเริ่มเต็มพื้นที่ ร้านที่ต้องแพ็คของแทบทุกวัน ร้านมีหลาย SKU หรือธุรกิจที่กำลังจะต้องเพิ่มคนและเพิ่มพื้นที่พร้อมกัน หากต้องการมากกว่าแค่ที่วางสินค้า การใช้ บริการ Fulfillment จะช่วยรับช่วงงานตั้งแต่จัดเก็บไปจนถึงเตรียมออเดอร์สำหรับส่งให้ลูกค้าได้

ร้านที่กำลังค้นหาคลังสินค้าในธนบุรีหรือคลังสินค้าใกล้ธนบุรีจึงควรดูให้ชัดก่อนว่า ปัญหาหลักของร้านคือขาดพื้นที่อย่างเดียว หรือจริง ๆ แล้วงานหยิบ แพ็ค และดูแลสต๊อกกำลังเป็นภาระด้วย เพราะถ้าเป็นอย่างหลัง การเช่าพื้นที่เพิ่มเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่แก้ปัญหาทั้งหมด

PACKHAI FULFILLMENT

ภาพบรรยากาศคลังสินค้า โซนฝั่งธนและปริมณฑล

ชมตัวอย่างพื้นที่จัดเก็บสินค้าจากสาขาในเครือข่าย PACKHAI สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาทำเลคลังสินค้า และบริการเก็บ แพ็ค ส่ง

ถ้าไม่ได้เช่าโกดังเอง Fulfillment ช่วยรับงานอะไรไปได้บ้าง

การใช้ Fulfillment ไม่ได้หมายถึงแค่ย้ายของจากบ้านไปวางที่อื่น แต่เป็นการย้ายงานบางส่วนที่เกิดขึ้นกับสินค้าในทุกวันออกไปให้ทีมคลังช่วยดูแล ตั้งแต่สินค้ามาถึงจนพร้อมส่งตามคำสั่งซื้อ

1. รับและจัดเก็บสินค้า

เมื่อร้านมีสินค้าเข้ามา ต้องตรวจว่าของที่รับมาตรงกับรายการและจำนวนหรือไม่ ก่อนนำไปจัดเก็บ ร้านที่มีหลายสี หลายไซซ์ หรือหลายรุ่นควรมี SKU แยกชัด เพื่อไม่ให้สินค้าแต่ละแบบปะปนกันเวลาหยิบ

2. ดูแลจำนวนและตำแหน่งสต๊อก

สินค้าแต่ละรายการควรมีตำแหน่งที่หาเจอ ไม่ใช่วางตามพื้นที่ว่างแล้วค่อยเดินหาเวลามีออเดอร์ ยิ่งของเยอะ การจัดตำแหน่งตั้งแต่แรกจะช่วยลดเวลาหยิบและลดความสับสนระหว่างสินค้าที่หน้าตาคล้ายกัน

3. รับงานเมื่อมีออเดอร์เข้า

เมื่อมีคำสั่งซื้อเข้ามา ทีมคลังต้องรู้ว่าสินค้าอะไร จำนวนเท่าไร และเป็น SKU ไหน เพื่อเตรียมหยิบตามรายการ ร้านจึงไม่ต้องส่งรายละเอียดให้คนแพ็คใหม่ทีละออเดอร์เหมือนตอนจัดการกันเองแบบแยกส่วน

4. หยิบสินค้าให้ตรงรายการ

ขั้นตอนหยิบเป็นจุดที่ต้องใช้ข้อมูลสต๊อกและตำแหน่งสินค้าเข้ามาช่วย หากข้อมูลชัด ทีมก็สามารถหยิบของตามรายการได้เร็วขึ้นและลดโอกาสหยิบผิดรุ่นหรือผิดจำนวน

5. แพ็คและเตรียมส่ง

เมื่อหยิบครบแล้ว สินค้าจึงเข้าสู่การตรวจและแพ็คก่อนเตรียมส่งต่อให้ขนส่ง ร้านที่เคยต้องใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นโต๊ะแพ็คและที่เก็บกล่องก็สามารถลดงานส่วนนี้ออกจากพื้นที่ของตัวเองได้

หากยังไม่คุ้นกับบริการลักษณะนี้ สามารถดูเพิ่มเติมว่า Fulfillment ทำงานยังไง และงานส่วนไหนที่สามารถให้คลังช่วยดูแลแทนร้านได้บ้าง

4 วิธีคุมสต๊อกให้ปัง กำไรแน่นอน

ร้านไม่มีของอยู่ตรงหน้า แล้วจะคุมสต๊อกยังไง

เจ้าของร้านที่เคยเก็บสินค้าไว้ใกล้ตัวมักกังวลเหมือนกันว่า ถ้าของย้ายไปอยู่คลังแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าตอนนี้เหลือกี่ชิ้น ตัวไหนใกล้หมด หรือของที่เพิ่งเติมเข้าไปจัดเก็บเรียบร้อยหรือยัง ยิ่งร้านต้องขายของทุกวัน ข้อมูลสต๊อกยิ่งต้องตามของจริงให้ทัน

1. ของเข้ามาเท่าไรต้องมีข้อมูล

ทุกครั้งที่มีสินค้าเข้าคลัง ควรรู้ว่าสินค้าอะไรเข้ามา จำนวนเท่าไร และเป็นรหัสไหน เพราะข้อมูลตั้งแต่ตอนรับเข้าจะกลายเป็นฐานสำหรับการนับสต๊อกในขั้นตอนต่อไป

2. SKU ต้องแยกให้ชัด

ร้านที่ขายสินค้ารุ่นเดียวแต่มีหลายสีหรือหลายไซซ์ไม่ควรรวมทุกอย่างไว้เป็นรายการเดียว เพราะเวลามีออเดอร์เข้ามาจะรู้ได้ยากว่าของแต่ละแบบเหลือจริงเท่าไร การแยก SKU ตั้งแต่ต้นช่วยให้ข้อมูลตรงกับสินค้าที่อยู่ในคลังมากขึ้น

3. สินค้าต้องมีตำแหน่งที่หาเจอ

การใช้ระบบคลังสินค้า WMS ช่วยให้การจัดตำแหน่งและข้อมูลสินค้าในคลังเป็นระบบมากกว่าการอาศัยความจำของพนักงาน ยิ่งมีสินค้าหลายรายการ การรู้ว่าของอยู่ตรงไหนยิ่งช่วยลดเวลาตอนหยิบสินค้าออกมาตามออเดอร์

4. ขายออกแล้วจำนวนต้องลดตาม

เมื่อสินค้าถูกหยิบออกจากคลังตามคำสั่งซื้อ ข้อมูลสต๊อกก็ควรเปลี่ยนตาม หากของจริงหมดแล้วแต่ข้อมูลยังแสดงว่ามีอยู่ ร้านอาจรับออเดอร์ต่อทั้งที่ไม่มีสินค้าให้ส่งได้ เพราะฉะนั้นการจัดการสต๊อกจึงต้องเชื่อมกับการทำงานจริงของคลัง ไม่ใช่แค่มีตัวเลขไว้ดูอย่างเดียว

คลังสินค้าออนไลน์
เก็บ-แพ็ค-ส่ง ครบวงจร

หมดปัญหาแพ็คไม่ทัน สต๊อกพัง พื้นที่เต็ม! ให้ Packhai ดูแลร้านค้าหลังบ้านด้วยระบบมืออาชีพ จัดเก็บปลอดภัย แพ็คของแน่นหนา และจัดส่งรวดเร็ว จ่ายตามจริง ไม่มีขั้นต่ำ เพื่อให้คุณมีเวลาโฟกัสยอดขายได้เต็ม 100%

ดูบริการ Fulfillment ทั้งหมด ➔
Packhai Fulfillment System
PACKHAI SYSTEM
หมดปัญหาของหาย สต๊อกพัง!
ด้วยระบบ WMS แม่นยำ

เปลี่ยนการจดมือและ Excel ให้เป็นระบบอัตโนมัติ ให้คุณรู้ความเคลื่อนไหวของสินค้าทุกชิ้นแบบ Real-time ตัดสต๊อกแม่นยำ แจ้งเตือนเมื่อของใกล้หมด จบปัญหาการหาสินค้าไม่เจอ (ลูกค้า Packhai ใช้ฟรี!)

ดูฟีเจอร์ระบบ WMS ทั้งหมด ➔
Packhai WMS System
PACKHAI WMS
จัดการทุกออเดอร์ในที่เดียว!
เชื่อมต่อทุก Marketplace

รวบรวมคำสั่งซื้อจากทุกช่องทาง เชื่อมต่อ API ดึงออเดอร์อัตโนมัติจาก Shopee, Lazada, TikTok และ Social Media จบปัญหานั่งคีย์ข้อมูลซ้ำซ้อน ลดข้อผิดพลาด แอดมินทำงานง่ายขึ้น 100%

ดูฟีเจอร์ระบบ OMS ทั้งหมด ➔
Packhai OMS System
PACKHAI OMS

ลูกค้ากดสั่งแล้ว งานในคลังเดินต่อยังไง

เมื่อมีออเดอร์เข้ามา งานหลังบ้านต้องเดินต่อจากข้อมูลคำสั่งซื้อไปจนถึงพัสดุที่พร้อมส่ง ขั้นตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ขั้นตอน Order Fulfillment ซึ่งมีหลายงานเชื่อมกันก่อนสินค้าจะออกจากคลัง

1. รับรายการสินค้าที่ต้องจัดส่ง

คำสั่งซื้อต้องบอกให้ชัดว่าสินค้าอะไร จำนวนเท่าไร และเป็น SKU ไหน เพื่อให้ทีมคลังทำงานต่อได้โดยไม่ต้องย้อนถามร้านทุกครั้ง

2. หยิบของจากตำแหน่งจัดเก็บ

ทีมคลังนำข้อมูลจากออเดอร์ไปใช้ค้นหาและหยิบสินค้า หากตำแหน่งจัดเก็บถูกวางเป็นระบบ ขั้นตอนนี้จะทำได้ง่ายกว่าการเดินหาไปตามชั้นสินค้า

3. ตรวจรายการก่อนแพ็ค

ก่อนปิดกล่องควรตรวจว่าสินค้าที่หยิบมาครบและตรงกับคำสั่งซื้อ เพราะการส่งผิดทำให้มีทั้งค่าส่งกลับ งานแก้ปัญหา และผลต่อความรู้สึกของลูกค้า

4. แพ็คสินค้า

หลังตรวจเรียบร้อยจึงแพ็คตามออเดอร์ ร้านไม่ต้องมีพื้นที่และคนสำหรับดูแลงานแพ็คเองทุกวันเหมือนตอนทำหลังบ้านทั้งหมดด้วยตัวเอง

5. เตรียมพัสดุให้พร้อมส่งต่อ

ขั้นตอนสุดท้ายคือเตรียมข้อมูลและพัสดุให้พร้อมเข้าสู่การจัดส่ง ทำให้ตั้งแต่ลูกค้าสั่งจนถึงกล่องพร้อมออกจากคลังมีลำดับงานต่อกันชัดเจน

01
รับออเดอร์
02
หยิบสินค้า
03
ตรวจรายการ
04
แพ็คสินค้า
05
พร้อมจัดส่ง

อยู่ตลาดพลู บุคคโล สำเหร่ หรือดาวคะนอง ใช้คลังแบบไหนดี

ร้านออนไลน์ในเขตธนบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างตลาดพลู บุคคโล สำเหร่ ดาวคะนอง รวมถึงโซนใกล้วงเวียนใหญ่ มีทั้งร้านที่ทำงานจากบ้าน ตึกแถว และสำนักงานขนาดเล็ก ซึ่งพื้นที่แต่ละแห่งมักต้องใช้ทำหลายอย่างพร้อมกัน หากสินค้าค่อย ๆ เพิ่มขึ้น พื้นที่ทำงานจึงถูกแทนด้วยกล่องและชั้นวางได้ง่าย

การมองหาคลังสินค้าแถวธนบุรีจึงควรเริ่มจากรูปแบบงานของร้านก่อน หากต้องการเพียงย้ายของออกจากพื้นที่เดิม อาจพิจารณาพื้นที่จัดเก็บทั่วไปได้ แต่ถ้าต้องการลดทั้งงานรับของ จัดสต๊อก หยิบ และแพ็คด้วย การใช้คลังแบบ Fulfillment จะช่วยรับงานต่อหลังจากสินค้าถูกนำไปเก็บแล้ว

อีกเรื่องที่ควรดูคือความถี่ในการเติมสินค้า ร้านที่ต้องนำของเข้าคลังบ่อยกับร้านที่ส่งสินค้าเข้าครั้งละมาก ๆ แล้วขายยาวหลายเดือนอาจเหมาะกับรูปแบบการทำงานต่างกัน การเลือกคลังจากคำว่าใกล้เพียงอย่างเดียวจึงยังไม่พอ ควรดูประเภทสินค้า จำนวน SKU ปริมาณสต๊อก และงานที่ต้องการให้คลังช่วยควบคู่กันไปด้วย

ถ้าอยู่ธนบุรี ควรดูคลังสินค้าจอมทองด้วยไหม

สำหรับธุรกิจในเขตธนบุรี การดูทำเลใกล้เคียงประกอบกันเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ เพราะ PACKHAI ไม่ได้มีสาขาที่ใช้ชื่อว่า “คลังสินค้าธนบุรี” โดยตรง ร้านจึงควรเลือกจากสาขาจริงที่สัมพันธ์กับพื้นที่และรูปแบบธุรกิจมากกว่าเลือกจากชื่อเขตเพียงอย่างเดียว

หนึ่งในตัวเลือกที่ควรนำมาเปรียบเทียบคือ คลังสินค้าจอมทอง ซึ่งอยู่ในกลุ่มทำเลฝั่งธนของกรุงเทพฯ เหมือนกัน หากธุรกิจอยู่ตลาดพลู ดาวคะนอง หรือพื้นที่ใกล้เคียง การดูรายละเอียดสาขาจอมทองร่วมด้วยจะช่วยให้เห็นว่าทำเลและบริการตรงกับรูปแบบการนำสินค้าเข้าออกของร้านหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเลือกจากระยะทางเพียงอย่างเดียว หากสินค้ามีขนาดใหญ่ มีหลาย SKU หรือมีข้อกำหนดเฉพาะในการจัดเก็บ ควรแจ้งข้อมูลเหล่านี้กับทีมก่อน เพื่อดูว่าสาขาใดรองรับงานของร้านได้เหมาะสมกว่า

ระบบคลังสินค้า packhai ทำงานยังไง

ต้องการแค่ที่เก็บของ หรือควรเลือก Fulfillment

คำว่าโกดัง คลังสินค้า และ Fulfillment มักถูกใช้ใกล้กัน แต่รูปแบบบริการไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด ร้านจึงควรเริ่มจากดูว่าตอนนี้ตัวเองมีทีมและระบบหลังบ้านพร้อมแค่ไหน

ถ้าธุรกิจมีพนักงานคลัง ระบบสต๊อก ทีมแพ็ค และวิธีจัดการออเดอร์ของตัวเองครบอยู่แล้ว อาจต้องการเพียงพื้นที่สำหรับวางสินค้าเพิ่ม แต่ถ้ายังต้องหาคนมาดูแลทุกขั้นตอนเอง การใช้ Fulfillment Center จะครอบคลุมงานหลังบ้านมากกว่าการเช่าพื้นที่เพียงอย่างเดียว

ไม่มีแบบไหนดีกว่าสำหรับทุกร้าน สิ่งสำคัญคือดูต้นทุนรวมทั้งพื้นที่ คน เวลา ระบบ และความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น แล้วเลือกวิธีที่เหมาะกับขนาดและช่วงการเติบโตของธุรกิจในตอนนั้น

ระบบ WMS คืออะไร และบริการจัดการสต๊อก Packhai

ทดลองใช้บริการ Fulfillment

Fulfillment ตัวช่วยคนขายของออนไลน์ ที่ช่วยลดต้นทุนการขายสินค้า ลดเวลาการทำงาน มีเวลาโฟกัสยอดขายได้มากขึ้น

สมัครใช้บริการ คลิกดูค่าบริการ

ระบบ Fulfillment Packhai ราคา

ทดลองใช้บริการ Fulfillment

Fulfillment ตัวช่วยคนขายของออนไลน์ ที่ช่วยลดต้นทุนการขายสินค้า ลดเวลาการทำงาน มีเวลาโฟกัสยอดขายได้มากขึ้น

สมัครใช้บริการ คลิกดูค่าบริการ

ก่อนเริ่มใช้คลัง ร้านควรเตรียมข้อมูลอะไร

การคุยกับทีมคลังจะง่ายขึ้นมากถ้าร้านรู้ข้อมูลพื้นฐานของตัวเองก่อน ไม่จำเป็นต้องทำเอกสารซับซ้อน แต่ควรมีภาพคร่าว ๆ ว่าสินค้าและออเดอร์ของร้านเป็นแบบไหน

1. สินค้าประเภทไหน

แจ้งประเภท ขนาด น้ำหนัก และลักษณะของสินค้า เพราะสินค้าชิ้นเล็กกับสินค้าขนาดใหญ่ใช้พื้นที่และวิธีจัดเก็บต่างกัน

2. มีทั้งหมดกี่ SKU

ควรแยกให้เห็นว่ามีสินค้ากี่รายการ และมีการแตกสี ไซซ์ หรือรุ่นมากน้อยแค่ไหน จำนวน SKU มีผลกับทั้งการจัดตำแหน่งและการหยิบสินค้า3. มีสต๊อกประมาณเท่าไร

ประเมินจำนวนสินค้าที่จะนำเข้าคลังในช่วงแรก รวมถึงความถี่ในการเติมสินค้า เพื่อให้เห็นภาพปริมาณงานรับเข้าและพื้นที่ที่ต้องใช้

4. ออเดอร์เฉลี่ยต่อวันเป็นอย่างไร

ร้านควรแจ้งทั้งวันปกติและช่วงโปรโมชั่น เพราะบางธุรกิจออเดอร์อาจเพิ่มหลายเท่าในช่วงแคมเปญ ซึ่งมีผลกับงานหยิบและแพ็คโดยตรง

5. ขายผ่านช่องทางไหนบ้าง

หากมีทั้ง Marketplace เว็บไซต์ หรือ แพลตฟอร์มออนไลน์ Social ต่างๆ ควรแจ้งช่องทางที่ใช้ เพื่อให้เห็นว่าออเดอร์ของร้านเข้ามาจากทางไหนและปัจจุบันจัดการอย่างไร

6. อยากให้คลังช่วยงานส่วนไหน

บางร้านต้องการแค่เก็บและแพ็ค บางร้านมีปัญหาสต๊อก หรือบางร้านต้องการลดงานหลังบ้านเกือบทั้งหมด การบอกปัญหาหลักให้ชัดจะช่วยให้เลือกบริการได้ตรงกว่าดูจากชื่อแพ็กเกจเพียงอย่างเดียว

หากทำธุรกิจอยู่ในธนบุรีและกำลังมองหาคลังสำหรับร้านออนไลน์ สามารถ คุยกับทีม PACKHAI โดยแจ้งพื้นที่ต้นทาง ประเภทสินค้า จำนวน SKU ปริมาณสต๊อก และรูปแบบออเดอร์ เพื่อให้ทีมช่วยดูว่าสาขาและบริการใดเหมาะกับร้านมากกว่า

1. วิธีการเพิ่มรายการสินค้า (จัดการ Master Data)
01:19
2. การนำเข้าจำนวนสินค้า (Stock In)
00:59
3. วิธีการดูรายงานสต๊อกและยอดขาย
01:32
4. การเชื่อมต่อ Marketplace เพื่อตัดสต๊อก
01:15
5. การสร้างออเดอร์และตัดสต๊อก
01:46

คำถามที่พบบ่อย Q&A คลังสินค้า ธนบุรี

PACKHAI มีเครือข่ายคลังสินค้าในกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง แต่ไม่ได้ใช้ชื่อสาขาว่า “คลังสินค้าธนบุรี” โดยตรง ร้านในเขตธนบุรีสามารถแจ้งพื้นที่และรายละเอียดสินค้าให้ทีมช่วยแนะนำสาขาที่เหมาะกับการใช้งานได้

ธุรกิจในตลาดพลู บุคคโล สำเหร่ ดาวคะนอง และพื้นที่ใกล้เคียงสามารถสอบถามการใช้บริการได้ โดยควรแจ้งจุดต้นทาง ประเภทสินค้า และปริมาณสต๊อก เพื่อช่วยประเมินทำเลคลังและรูปแบบบริการที่เหมาะสม

หากใช้บริการ Fulfillment ที่ครอบคลุมการหยิบและแพ็ค ทีมคลังสามารถรับช่วงงานตามคำสั่งซื้อได้ ร้านจึงไม่จำเป็นต้องมีทีมของตัวเองมานั่งแพ็คทุกออเดอร์เหมือนตอนจัดการหลังบ้านทั้งหมดเอง

ควรเลือกจากพื้นที่ที่ธุรกิจตั้งอยู่ ความถี่ในการนำสินค้าเข้าคลัง ปริมาณสต๊อก และรูปแบบบริการที่ต้องการมากกว่าดูจากชื่อจังหวัดอย่างเดียว หากร้านอยู่โซนพระนั่งเกล้า ไทรม้า หรือรัตนาธิเบศร์ การเลือกคลังใกล้พื้นที่อาจสะดวกกับรูปแบบการทำงานมากกว่า แต่ควรสอบถามรายละเอียดของแต่ละสาขาก่อนตัดสินใจ

คำว่า “คลังสินค้า ธนบุรี” ในบทนี้ใช้สำหรับตอบความต้องการของธุรกิจที่ค้นหาบริการคลังในเขตธนบุรี ส่วนจอมทองเป็นหนึ่งในสาขาจริงของ PACKHAI ที่สามารถนำมาเปรียบเทียบด้านทำเลและบริการได้ ร้านควรเลือกจากพื้นที่ต้นทาง ลักษณะสินค้า ปริมาณสต๊อก และรูปแบบงานที่ต้องการให้คลังช่วยมากกว่าดูจากชื่อพื้นที่เพียงอย่างเดียว

ติดต่อเรา PACKHAI : Packhai.com/contact

เบอร์โทร : 097-267-9487

เฟสบุ๊ค : Packhaiofficial

อีเมล : [email protected]

ไลน์ : @packhai

ยูทูป : PACKHAI Fulfillment

ติ๊กตอก : @packhai

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *